ตะวันค่อยๆ ลอยสูงขึ้น แสงจ้าทิ่มแทงส่องผ่านกรอบหน้าต่างสาดเข้ามาในโถงตำหนัก สะท้อนวับวาวไปทั่วทั้งโถง
"เสด็จปู่… เสด็จพ่อ…" เด็กน้อยพลิกลุกขึ้นนั่งอย่างมึนงง มองภาพตรงหน้าพลางกะพริบตาปริบๆ "เอ๊ะ นี่ตำหนักเสด็จย่านี่นา"
ถังถังจำได้ว่าตนหลับไปในตำหนักเสด็จปู่ เหตุใดลืมตาขึ้นมากลับมาอยู่ที่เสด็จย่าได้เล่า
เด็กน้อยเอียงคอด้วยความฉงน หรือว่าหลังจากถังถังหลับไปแล้ว ขาสองข้างเจ้ากรรมก็ไม่เชื่อฟังวิ่งเตลิดไปอีกแล้ว
มองขาสั้นกุดของตน ถังถังได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจ คราวนี้ขาเจ้ากรรมยังว่านอนสอนง่ายอยู่บ้าง ยังรู้จักพาถังถังมาด้วย ถือว่ายกโทษให้แล้วกันนะ
เด็กน้อยยู่ปาก ยื่นมือไปควานหาเสื้อผ้า แต่กลับสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบวาบหนึ่ง
"เอ๊ะ" เด็กน้อยที่เพิ่งตื่นนอนยังมึนงงเล็กน้อย มือน้อยๆ บีบคลำโดยไม่รู้ตัว รูม่านตาพลันหดเล็กลง "นิ่มจัง"
พลางเอ่ย สายตาของถังถังก็ค่อยๆ เคลื่อนมา ประจวบเหมาะสบตากับงูน้อยที่ชูคอตั้งตรงเข้าพอดี
นางกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง มือน้อยๆ บีบเกล็ดลื่นมันของงูน้อยอีกครั้ง พึมพำว่า "มีเกล็ด… มีเขา… เจ้าคือเจียวหลง!"
ถังถังจำได้ งูเจียวหลงตัวนี้แหละที่กัดนางเข้าทีหนึ่ง จากนั้นตรงหน้าถังถังก็ไม่มีดาวน้อยวิบวับอีกต่อไป
เป็นเจ้างูเจียวหลงน้อยที่ทำให้ถังถังมองไม่เห็นดาวก่อน แล้วเจ้าตัวน้อยของนางก็มาช่วยถังถังอีกที
"เจ้าชื่ออะไรหรือ" ถังถังประคองเจียวหลงน้อยไว้ในอุ้งมือสองข้าง ดวงตาดำขลับจ้องมองมันตาไม่กะพริบ "ข้าชื่อถังถัง ถังของดอกไห่ถังนะ"
ชื่อหรือ เจียวหลงน้อยนิ่งงันไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหน้า
"ไม่มีชื่อหรือ" ถังถังกลอกตาดำขลับไปมา พลันเกิดความคิดแวบหนึ่ง "เช่นนั้นข้าตั้งให้เจ้าสักชื่อดีหรือไม่ เกล็ดของเจ้าเป็นสีเขียวหยก เรียกว่าชุ่ยชุ่ยดีไหม"
