เมื่อรู้ว่าตนเองไม่ใช่ไข่ที่ถูกทอดทิ้ง สิ่งแรกที่ผุดขึ้นในใจของนกหัวขาวไม่ใช่ความดีใจ
ความขัดแย้งปะปนกับความสับสน ในโพลงไม้ที่ทั้งหนาวทั้งหิวมันคือผู้ที่ต้องทนทุกข์ มันคือผู้ที่บาดเจ็บเพราะแย่งชิงอาหาร มันคือผู้ที่อยู่เพียงลำพังในทุกคืนมันไม่มีหน้าที่ต้องให้อภัยหลังจากรู้ความจริง และไม่อาจทำให้ความรู้สึกที่สั่งสมมายาวนานกับความเกลียดชังพลิกผันได้ในชั่วพริบตา
เหมือนเด็กที่ไปถูกรังแกข้างนอก ในวินาทีนั้น มันอยากกลับไปที่โพลงไม้ ขดตัวอยู่ใต้โพรงไม้ หลับตาทำความฝันท่ามกลางแสงจันทร์ หรือไม่ก็นอนเล่นกับกระรอกเหมียนเหมียนในป่าต้นเกาลัดน้ำเชื่อมเมเปิล แสงแดดอบอุ่นพร้อมกลิ่นหอมของถั่วที่แผ่บางเบา มันพูดมากอย่างตื่นเต้น กระรอกเหมียนเหมียนฟัง แล้วก็ตอบกลับช้า ๆ
แต่มันไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว
มันไม่รู้ว่างูยักษ์ลายอัสนีได้แพร่เชื้อมาสู่มันแล้ว แต่เพราะอยู่ในอาณาเขตรัง มันจึงกลัวว่าตัวเองจะติดเชื้อต้นเหตุที่ทำให้ทั้งเผ่ากลายเป็นแบบนี้ มันไม่มีน้ำใจเสียสละเพื่อผู้อื่น แต่ว่าตอนนี้มันก็ไม่อาจกลับไปที่ป่าต้นเกาลัดน้ำเชื่อมเมเปิล เพื่อไปถูกกับกระรอกเหมียนเหมียนที่ดูเหมือนจะตายง่าย ๆ ได้
เหมือนนกหัวขาวกลุ่มนี้ที่ไม่สามารถกลับไปสู่เผ่าพันธุ์ดั้งเดิมได้
มันจดจำเนื้อหาที่เขียนไว้อย่างเป็นระเบียบ ตัดทิศใต้ที่ไปไม่ถึงออก แล้วไล่หาตามทิศทางที่บันทึกไว้ทีละแห่ง
"ฉันค้นหาอยู่สิบแห่ง ในที่สุดก็เจอไข่ใบแรก"
นกหัวขาวยังจำได้ว่าไข่ใบนั้นชื่อเหม่ยเหวิน ผิวมีประกายสีแดงเป็นลายดอกไม้ไฟ ตั้งอยู่บนหน้าผาเตี้ย ๆ
มันเป็นไข่เพียงใบเดียวในบรรดาที่มันตามหาที่สามารถเรียกชื่อได้ หลังจากนั้นโรคก็ปะทุขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว มันสับสน ต่อสู้ดิ้นรนอยู่บนขอบของความทรงจำ แค่จำได้ว่าต้องตามหาไข่ที่กระจัดกระจายเหล่านี้ให้เจอ
