เสียงพูดคุยกระซิบกระซาบดังแว่วเข้าหูฉีซ่านเป็นระยะ
“แค่ก ๆ!”
เขากระแอมเสียงดังสองครั้ง พนักงานที่กำลังนินทากันอยู่ต่างหันมามอง ก่อนจะเงียบเสียงลงทันที
“ผู้ช่วยฉี...”
“อย่านินทาเรื่องของผู้บริหารลับหลังอีก ถ้าฉันได้ยินอีกครั้ง พวกเธอเตรียมโดนหักเงินเดือนกับโบนัสได้เลย!”
“ได้ค่ะผู้ช่วยฉี พวกเราไม่พูดแล้ว...ไม่พูดแล้ว...”
......
ในห้องทำงานของกรรมการผู้จัดการ ลู่จิ่งชวนนั่งหน้าขรึมอยู่บนเก้าอี้ทำงาน
ฉีซ่านกำลังรายงานเรื่องที่ได้ยินมาจากชั้นล่างเมื่อครู่ให้เขาฟัง
ซูเนี่ยนเหอยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตรงมุมห้อง ฟังฉีซ่านระบายความไม่พอใจอย่างเงียบ ๆ ใบหน้าไร้แววหวั่นไหว
ครู่ต่อมา ห้องทำงานก็พลันเงียบลง
ซูเนี่ยนเหอเงยหน้ามองลู่จิ่งชวนกับฉีซ่าน แล้วพบว่าทั้งคู่กำลังจ้องเธออยู่
“มองฉันแบบนี้ทำไม เรื่องแบบนี้คงไม่ใช่ฉันปล่อยข่าวเองหรอกใช่ไหม?”
“รู้ไหมว่าใครเป็นคนทำ?”
ลู่จิ่งชวนถามเธอด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก
ซูเนี่ยนเหอถอนหายใจเบา ๆ จากนั้นก็ใช้มือยันพนักโซฟาพยุงตัวลุกขึ้น
เธอขยับยืดเส้นยืดสาย บิดตัวไปมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่รีบร้อนว่า
“นอกจากคนของตระกูลเซิ่งแล้ว จะเป็นใครได้อีก?”
ฉีซ่านมองเธอด้วยสายตาชื่นชม “พี่เหอ ไม่โกรธเหรอครับ?”
“โกรธสิ ก็มีอยู่บ้าง แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ข่าวลือไร้มูล ฉันคลอดหนิงหนิงตอนยังไม่ได้แต่งงานจริง ๆ พวกเขาก็ไม่ได้พูดผิด”
ซูเนี่ยนเหอมีท่าทีสงบนิ่ง
ยิ่งเธอใจเย็น ฉีซ่านก็ยิ่งกระวนกระวาย
“แต่ข่าวลือแพร่ไปไกลเกินไปแล้วครับ ทุกคนพูดกันไม่หยุด แถมยังส่งผลเสียต่อคุณด้วย!”
