หีบนี่ชอบไปซ่อนตามที่แปลก ๆ อยู่เรื่อยเลยหรือไง?
อูจิ้นเยว่เดินไปใต้ต้นซานมู่ แล้วเงยหน้ามองขึ้นไป
ถ้าไม่เห็นแสงสะท้อนจากอะไรบางอย่างบนต้นไม้ตั้งแต่ไกล เธอคงต้องหยิบพลั่วออกมาขุดเหมือนคราวก่อน
แบบนั้นก็ต้องเสียเวลาไปเปล่า ๆ อีก
ในเป้ก็ไม่มีกิ่งไม้ยาว ๆ ไว้เขี่ยหีบเหล็กลงมา อูจิ้นเยว่เหยียดแขนทั้งสองไปด้านหลัง ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย แล้วตัดสินใจปีนต้นไม้เอง
เธอถูมือเข้าหากัน ก่อนใช้แขนทั้งสองกอดลำต้นและถีบขาขึ้น ร่างแนบชิดกับต้นซานมู่ ขาทั้งสองสลับกันเกี่ยวเปลือกไม้ ค่อย ๆ ปีนขึ้นไป
ปอปอบนบ่าเห็นอูจิ้นเยว่ปีนอย่างทุลักทุเล จึงกระโดดลงจากบ่าแล้วปีนขึ้นต้นไม้ไป
ขณะที่ปอปอใกล้จะปีนถึงช่วงกลางต้นซานมู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงฟิ้วดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องลั่นของปอปอ
“ปอปอ!”
อูจิ้นเยว่รีบเงยหน้าขึ้น เห็นเพียงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กสีส้มเหลืองร่วงลงมา
เธอไม่มีเวลาคิด มือจึงยื่นออกไปรับตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้นขาทั้งสองก็ขาดแรงพยุงจากแขน ทำให้ร่างทั้งร่างไถลลงไปอย่างควบคุมไม่ได้
!!!
เธอรีบควบคุมร่างให้กระแทกเข้ากับต้นซานมู่สองครั้ง มือข้างหนึ่งคว้าเปลือกไม้ไว้ พยายามชะลอความเร็วขณะร่วงลงมา
“ปัง!”
อูจิ้นเยว่กอดปอปอไว้แน่น ก่อนจะหงายหลังลงบนกองหญ้าใต้ต้นซานมู่
“ซี๊ด——”
โชคดีที่มีภูมิคุ้มกันความเสียหาย แถมพื้นยังเต็มไปด้วยหญ้า ไม่อย่างนั้นแค่ตกลงมาครั้งนี้ ชีวิตเธอคงหาไม่แล้ว
ขอบคุณช่วงป้องกัน ขอบคุณกองหญ้า ขอบคุณถุงมือของเธอ และขอบคุณเป้ที่รองหลังให้
