ร่างของตู๋หั่วเริ่มปริแตกจากภายใน
พลังมรณะดุจงูพิษชอนไชเข้าไปในทุกอณูเนื้อ เลือดสีดำซึมออกมาจากผิวหนังที่แตกร้าว
เขาก้มมองสองมือที่กำลังแตกสลาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ริมฝีปากขยับอยู่สองครั้ง แต่ยังไม่ทันเปล่งเสียงใด ร่างก็กลายเป็นแอ่งน้ำสีดำส่งกลิ่นคาวเหม็น
ไม่นานนัก น้ำสีดำก็ถูกดินไหม้เกรียมสีแดงคล้ำดูดซับไป
ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย
ร่างที่แหลกเละของเจียงหลีเยว่ค่อย ๆ กลับเป็นรูปเป็นร่าง พลังมรณะวนเวียนพลุ่งพล่านอยู่รอบกาย ดวงตาสองสีคู่นั้นกวาดมองอย่างไร้อารมณ์ไปยังจุดที่ตู๋หั่วหายไป ก่อนจะเบนไปยังสนามรบของเจียงมู่อวิ๋นกับลู่ยวี่หวย
การต่อสู้ทางนั้นก็เข้าสู่ช่วงดุเดือดไม่แพ้กัน
กังปินก้าวไปข้างหน้าด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง กระบอกปืนใหญ่ที่แขนขวาเล็งขึ้นไปบนฟ้าแล้วยิงถล่มไม่หยุด ทุกครั้งที่เกิดระเบิด ผืนดินก็สั่นสะเทือน
เจียงมู่อวิ๋นคอยหลบหลีกไม่หยุด แม้ขอบปีกซ้ายจะถูกเผาไหม้ไปส่วนหนึ่ง ความเจ็บปวดรุนแรง แต่กลับไม่ส่งผลกระทบต่อเขาเลยแม้แต่น้อย เขายังคงประคองหุ่นกลปืนใหญ่จิ๋วไว้ในมือ แล้วระดมยิงตอบโต้กังปิน
บางครั้งยังหาโอกาสโปรยพรและใช้วิชารักษาได้อีกด้วย
ส่วนลู่ยวี่หวยดูย่ำแย่ยิ่งกว่า
เสื้อคลุมของเขาขาดรุ่งริ่งไปนานแล้ว
สะเก็ดกระสุนเฉี่ยวหน้าผากจนเกิดแผล เลือดไหลลงมาตามหน้าผาก กระทั่งเข้าตา
ตอนนี้เขาไม่มีเวลาสนใจเรื่องพวกนั้นแล้ว
มือขวากดแกนกลไกที่กำลังหมุนอย่างบ้าคลั่งไว้แน่น พยายามกระชากหุ่นกลจักรกลหนักที่ยังไม่พังเสียหายทั้งหมดออกมาจากซากปรักหักพังบนพื้น
“ขยับให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
ลู่ยวี่หวยกัดฟันแน่น สายตาพร่ามัวลงเรื่อย ๆ พลังจิตแทบจะทะลักออกมาจากศีรษะ เขาฝืนกระชากหุ่นกลจักรกลหนักตัวนั้นออกมาได้สำเร็จ
ข้อต่อทั่วร่างของหุ่นกลส่งเสียงเสียดสีแสบแก้วหู ราวกับศพที่หลับใหลมานาน มันค่อย ๆ ยันร่างมหึมาขึ้นมา
แขนข้างหนึ่งของมันขาดหายไป เปลือกนอกเต็มไปด้วยรอยบุบ
