หลังเจียงหลีเยว่พูดจบ ผืนพรมดอกไม้ก็พลันตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครเอ่ยปากอีก
พวกเขาเดินทางต่อไปอย่างเงียบงัน จนมาถึงทะเลดอกไม้อีกแห่ง
เบื้องหน้ามีเปลวไฟลุกโชนท่วมฟ้า
ทะเลดอกไม้อันงดงามราวภาพฝันถูกเพลิงสีแดงฉานกลืนกิน ควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้น พร้อมเสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมและอวดดีของพวกผู้บุกรุก
ท่ามกลางกลุ่มควัน ภูตบุปผาต่างพยุงกันหนี สีหน้าหวาดกลัวลนลาน แต่สุดท้ายก็ยังหนีไม่พ้นเงื้อมมือของผู้บุกรุกกลุ่มนี้ ถูกสังหารอย่างอนาถด้วยคมดาบ
นี่เป็นครั้งแรกที่ภูตบุปผาตัวน้อยต้องเผชิญกับภาพเผ่าพันธุ์ของตนถูกสังหาร ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด มือกำขอบพรมดอกไม้แน่น
“อย่า... อย่านะ...”
เจียงหลีเยว่ก้มมองระยะห่างระหว่างพรมดอกไม้กับพื้นดิน
ไม่สูงเท่าไร แค่สิบกว่าเมตรเท่านั้น
เธอหันไปมองหลินหมานกับชุนเฟิง แล้วถามทั้งสองว่า “กระโดดลงไปตรง ๆ ได้ไหม?”
“ได้ ฉันมีไอเทม เสี่ยวหลีจะเอาไหม?”
เจียงหลีเยว่ส่ายหน้า “ไม่ต้อง”
“ได้”
หลินหมานล้วงตะขอเกี่ยวแบบกรงเล็บเหินฟ้าสองอันออกจากกระเป๋าเป้ แล้วยื่นให้ชุนเฟิงหนึ่งอัน
เจียงหลีเยว่กระโดดลงจากพรมดอกไม้เป็นคนแรก ความรู้สึกไร้น้ำหนักจากการร่วงลงมาอย่างรวดเร็วถาโถมเข้าใส่ แต่สีหน้าเธอกลับไม่เปลี่ยน สายตาจับจ้องผู้บุกรุกที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งกำลังลากภูตบุปผาเตรียมฟันดาบลงไป
“เสวียนเย่”
เสวียนเย่ที่หมอบอยู่บนไหล่เจียงหลีเยว่ขานรับเสียงหงิง ก่อนพาเธอวูบไปปรากฏตรงหน้าผู้บุกรุกทันที
ภูตบุปผาที่ถูกจับหลับตาลงแล้ว ดอกไม้ที่บานอยู่ตรงข้อมือและลำคอสั่นไหวเบา ๆ ยอมรับชะตากรรมและรอความตาย
