เจียงมู่อวิ๋นกับลู่ยวี่หวยรีบเดินไปด้านหลังแท่นบูชา
เมื่อเห็นข้อความสีแดงเลือดที่เด้งขึ้นมาบนแผงโปร่งแสง ดวงตาที่หรี่ลงของลู่ยวี่หวยก็ค่อย ๆ โค้งขึ้น
เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่กลั้นไว้ไม่อยู่หลุดออกจากลำคอ
“ยังมีเรื่องดี ๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?”
เขาคิดเหมือนกับเจียงหลีเยว่
“บังคับเลื่อนระดับเป็นเขตระดับเอสเอสเลยเหรอ...” ลู่ยวี่หวยลูบคาง รอยยิ้มเบิกบานสุด ๆ “ค่าสถานะทุกด้านของกองทัพคลื่นทมิฬพุ่งขึ้นสามเท่า อัตราการเกิดใหม่เพิ่มเป็นห้าเท่า แล้วยังมีราชันอะไรนั่นอีก ชุดของขวัญสุดอบอุ่นมาแล้ว!”
เจียงมู่อวิ๋นก้มมองบริเวณนั้น แววตาก็ฉายรอยยิ้มจาง ๆ เช่นกัน
โลกเทียนฉงถือสมรภูมิรุ่งโรจน์เป็นเหมือนสวนหลังบ้านส่วนตัวของตัวเอง
ถ้าสวนหลังบ้านหายไป พวกนั้นคงโกรธจนกระอักเลือด
แค่คิดว่าพวกนั้นจะไม่พอใจ พวกเขาก็มีความสุขแล้ว
“ทำภารกิจเขตของเราให้เสร็จก่อน” เจียงมู่อวิ๋นเอ่ยเสียงทุ้มเรียบ “จำนวนที่สังหารยังขาดอีกนิดหน่อย”
“ถ้าที่นี่เลื่อนระดับเป็นเขตระดับเอสเอสขึ้นมา สถานการณ์จะควบคุมไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ถึงตอนนั้นจะมีภารกิจอันตรายอะไรโผล่มาก็ยากจะคาดเดา เราต้องทำภารกิจให้เสร็จก่อนเลื่อนระดับ”
ก่อนหน้านี้เจียงมู่อวิ๋นเคยผ่านภารกิจเลื่อนระดับจากเอไปเอสมาแล้ว
แม้สุดท้ายจะเลื่อนระดับไม่สำเร็จ แต่ระหว่างนั้นก็อันตรายถึงชีวิต ดังนั้นต้องรับรองความปลอดภัยของพวกตัวเองไว้ก่อน
เจียงหลีเยว่พยักหน้ารับ “ฟังพี่ชายทุกอย่างเลย~”
ลู่ยวี่หวยเลียนเสียงตาม “ฟังพี่ชายทุกอย่างเลย~~~”
เจียงมู่อวิ๋นยกคทาขึ้นฟาด
“......”
แท่นบูชาที่สร้างทหารคลื่นทมิฬขึ้นใหม่อยู่ในหอคอยสูง ทั้งสามพี่น้องจึงไปดักรออยู่ตรงช่องรับของกันเสียเลย
ครืด...ครืด...
โคลนสีดำข้นเหนียวไหลทะลักลงมาจากยอดแท่นบูชา ผู้พรางกายและทหารราบคลื่นทมิฬที่เพิ่งก่อร่างขึ้นทีละตัวค่อย ๆ ก้าวลงจากแท่นหิน ยังไม่ทันได้เห็นทิวทัศน์ด้านนอกหอคอยสูง
ก็ถูกนักล่าของส่งอาหารทั้งสี่คนที่เฝ้าอยู่ตรงช่องรับของเก็บเรียบ
ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางให้เสียส่วนต่าง
