“ฆ่า! ฆ่ากบฏนั่น!”
“ห้ามปล่อยให้เธอหนีออกจากนครหลวง!”
เสียงคำรามของวิญญาณนับหมื่นบนจัตุรัสกลางเมืองดังกึกก้องประสานกัน จนโคมวิญญาณรอบด้านสั่นไหวอย่างรุนแรง
เบื้องหน้าแท่นประหาร ป๋อเจินคุกเข่าอยู่บนพื้น มือทั้งสองถูกพันธนาการด้วยโซ่แน่นหนา
หัวหน้าหน่วยองครักษ์ยกคมดาบกระดูกขึ้นสูง เตรียมอ่านคำสั่งประหาร
ในจังหวะนั้นเอง
เจียงหลีเยว่ เจียงมู่อวิ๋น และลู่ยวี่หวยกดอุปกรณ์จุดระเบิดในมือพร้อมกัน
“ตูม——”
จุดศูนย์กลางค่ายกลทั้งสามแห่งระเบิดขึ้นพร้อมกัน
พื้นจัตุรัสกลางเมืองทรุดฮวบ พลังงานสีเทาดำพุ่งทะยานจากใต้ดินขึ้นสู่ฟ้า ซัดแท่นประหารและรูปสลักวิญญาณด้านหลังปลิวกระเด็นไปพร้อมกัน
คลื่นกระแทกจากแรงระเบิดกวาดไปทั่วบริเวณ
วิญญาณที่อยู่ใกล้เคียงถูกแรงระเบิดซัดจนเซถลา เปลววิญญาณในเบ้าตาเต้นระริกอย่างบ้าคลั่ง ส่วนหัวหน้าหน่วยองครักษ์ถูกแผ่นหินที่ปลิวมาฟาดเข้าที่อก ร่างใหญ่โตเซถอยไปชนบันไดข้าง ๆ
ค่ายกลผนึกที่ปกคลุมถนนสายหลักทั้งสายเริ่มอ่อนกำลังและสลายไปในเวลานี้
ป๋อเจินก้มมองโซ่ที่พันธนาการเท้าตนเอง
อักขระบนโซ่มืดดับลงจนหมดแล้ว
เธอเงยหน้าขึ้น แววประหลาดใจวูบผ่านดวงตา
ไม่มีเวลาคิดให้ถี่ถ้วนว่าเกิดอะไรขึ้น นี่เป็นโอกาสดีที่จะหลบหนีสำหรับเธอ ป๋อเจินจึงบิดข้อมือเบา ๆ ผลึกใสเม็ดหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในฝ่ามือ
ทันทีที่ผลึกแนบลงบนโซ่ ของเหลวสีเงินเทาชั้นหนึ่งก็แผ่กระจายอย่างรวดเร็ว
โซ่ที่ดูแข็งแกร่งสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนจะร่วงลงพื้นอย่างอ่อนแรงราวกับถูกสูบพลังไปจนหมด
ป๋อเจินลุกขึ้น ยกมือกระชากโซ่ที่เหลือบริเวณข้อเท้าขาดตามไปด้วย
สาเหตุหลักที่ราชสำนักกักขังเธอไว้เป็นเพราะค่ายกลผนึกแห่งนั้น บัดนี้ค่ายกลใช้การไม่ได้แล้ว โซ่เพียงไม่กี่เส้นย่อมขังนักเล่นแร่แปรธาตุชั้นยอดอย่างเธอไว้ไม่ได้
“จับตัวเธอไว้!”
เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของทหารองครักษ์ดังมาจากนอกกลุ่มควัน
