“ป๋อเจิน ชื่อคุ้นหูจัง”
ลู่ยวี่หวยพึมพำกับตัวเอง จู่ ๆ ร่างกายก็สั่นสะท้านอย่างแรง แต่เพราะตัวใหญ่เกินไป แค่ขยับทีเดียวก็ทำให้เหล่าวิญญาณรอบข้างตกใจ ต่างพากันจ้องเขม็ง
ลู่ยวี่หวย: “.....”
“ขอโทษที ฉันตื่นเต้นไปหน่อย พวกที่ทรยศราชสำนักแบบนี้ก็ต้องประณามให้หนัก! ราชสำนักจงเจริญ!”
พอได้ยินคำพูดนี้ เหล่าวิญญาณต่างพากันส่งเสียงรับ
“ใช่แล้ว พวกกบฏต้องตายให้หมด”
“ราชสำนักจงเจริญ!”
“ราชสำนักจงเจริญ——”
ลู่ยวี่หวยค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกอย่างแนบเนียน ก่อนหันหลังเดินออกจากหน้ากระดานประกาศ
เมื่อพ้นฝูงวิญญาณแล้ว เขาจึงลดเสียงพูดกับเจียงหลีเยว่และเจียงมู่อวิ๋นว่า “ป๋อเจิน เป็นพี่น้องของคุณป๋อซี เจ้าของสมุดบันทึกเล่นแร่แปรธาตุที่อยู่ในวิหารของเสี่ยวหลี”
แววตาเจียงหลีเยว่เผยความกระจ่างขึ้นมาราง ๆ
เธอนึกออกแล้ว มิน่าถึงรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นนัก
ตอนนั้นพวกเขาเปิดหีบในห้องเก็บของของวิหาร แล้วได้สมุดบันทึกมาสามเล่ม เล่มหนึ่งเป็นของป๋อซี ส่วนอีกสองเล่มเป็นผลงานของพี่น้องป๋อซี
สมุดบันทึกเล่นแร่แปรธาตุของป๋อเจิน และสมุดบันทึกเย็บผ้าของป๋อชุ่ย
จากจดหมายที่ทิ้งไว้ในวิหาร เจียงหลีเยว่รู้ว่าป๋อเจินกับป๋อชุ่ยน่าจะเข้าไปในแดนทดสอบแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าคุณป๋อเจินจะยังมีชีวิตอยู่!
“ต้องช่วยคุณป๋อเจินออกมาให้ได้”
น้ำเสียงของลู่ยวี่หวยหนักแน่นมาก
สมุดบันทึกเล่นแร่แปรธาตุของคุณป๋อเจินช่วยเขาไว้ไม่น้อย เขาจดจำบุญคุณนี้มาตลอด
