ทุกคนจ้องแผงข้อมูลอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะรีบสงบสติอารมณ์
พื้นที่ระดับเอสามารถผลิตต้นกำเนิดโลกได้ แค่นี้ก็พิสูจน์แล้วว่านครย้อนกาลอันตรายกว่าพื้นที่ระดับเอทั่วไปมาก
ลู่ยวี่หวยเงยหน้ากวาดตามองถนนเบื้องหน้า แล้วลดเสียงลงโดยไม่รู้ตัว “ไปหาหัวหน้ามู่ก่อน ส่วนจุดยึดเวลา ค่อยตรวจดูระหว่างทาง”
“ทุกคนต้องมีสติให้มาก ไม่ว่าจะเห็นหรือเจออะไร ห้ามแยกจากกลุ่มเด็ดขาด เหล่าเจียง ฝากนายช่วยดูแลสภาพของทุกคนด้วย”
เจียงมู่อวิ๋นขานรับเบา ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นร่างธาตุไม้ แสงสีเขียวอ่อนละมุนค่อย ๆ ปกคลุมทุกคน
“ถ้ารู้สึกว่าจิตใจหรือร่างกายผิดปกติ ให้รีบบอกทันที”
ทุกคนพยักหน้ารับ
เปิ่นเยว่หยิบเครื่องสื่อสารออกมา ลองติดต่อมู่จี้ไป๋
ข้อความยังคงจมหายไร้การตอบกลับ
“ลองเดินไปข้างหน้าก่อน” ลู่ยวี่หวยกล่าว
จากนั้นทุกคนก็ออกเดินไปตามถนน
นครย้อนกาลเงียบงันเกินไป หิมะละเอียดสีเทาขาวโปรยปรายลงมา ไม่นานก็ทับถมเป็นชั้นบาง ๆ บนพื้น อาคารสองฝั่งถนนส่วนใหญ่ปิดประตูหน้าต่างสนิท ผนังแตกร้าวด่างพร้อย ใต้ชายคามีป้ายร้านสีซีดแขวนอยู่
ดูเหมือนถูกทิ้งร้างมานานหลายปีแล้ว
แต่หากสังเกตให้ดี ก็ยังพบร่องรอยว่ามีคนเคยผ่านไปมา
หน้าร้านแห่งหนึ่งมีรอยเท้ายุ่งเหยิงทิ้งไว้ หิมะยังปกคลุมไม่มิด
ตรงปากตรอกข้าง ๆ มียาขวดเปล่าหลายใบกองอยู่ ตัวขวดไม่มีฝุ่นจับ และใบหนึ่งยังอุ่นอยู่จาง ๆ
จิ่วจิ่วย่อตัวลงแตะขวดยา “น่าจะเพิ่งทิ้งไว้ได้ไม่นาน”
ลู่ยวี่หวยลูบคาง “ในนครย้อนกาลแห่งนี้ นอกจากพวกหัวหน้ามู่แล้ว อาจยังมีผู้ทดสอบจากเผ่าอื่นอยู่ด้วย”
อย่างไรเสีย รอยเท้าบนพื้นก็ดูไม่เหมือนรอยเท้าที่มนุษย์จะทิ้งไว้ได้
