หลังออกจากห้องน้ำ เจียงหลีเยว่เช็ดหยดน้ำที่ปลายนิ้ว ก่อนกลับเข้าไปในวิหารเพื่อหยิบวัสดุและแก่นของสัตว์กัดกร่อนที่ถูกชำแหละแล้วออกมา จากนั้นก็ตรงไปยังฐานที่มั่น
ในฐานที่มั่นคึกคักไม่น้อย
นอกจากเจียงมู่อวิ๋นกับลู่ยวี่หวยแล้ว หลินหมานและผิงจิ้งก็อยู่ที่นั่นด้วย
คนหนึ่งยอง ๆ อยู่ริมค่ายเบื้องหน้ามีปลอกโลหะขนาดต่างกันเรียงเป็นแถว ก้มหน้าก้มตาบรรจุวัสดุลงไป มือเปื้อนผงสีดำที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
ส่วนผิงจิ้งยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ในมือถือแบบแปลน ปากพึมพำไม่หยุด คิ้วขมวดแน่น
ทั้งคู่ดูเหมือนกำลังจดจ่อกับเรื่องสำคัญอยู่
เจียงหลีเยว่ไม่เข้าไปรบกวน แต่เดินตรงไปหาเจียงมู่อวิ๋นซึ่งกำลังทำอาหารเพิ่มค่าสถานะอยู่หน้าเตา
“เสี่ยวหลี?”
เจียงมู่อวิ๋นสังเกตเห็นน้องสาวจากที่ไกล ๆ พลางหย่อนพืชที่เปล่งแสงสีเขียวมรกตลงในหม้ออย่างเป็นระเบียบ แล้วถามว่า “มาทำอะไรหรือ?”
“พี่ชายทำงานไปก่อนเถอะ” เจียงหลีเยว่ลากเก้าอี้ตัวเล็กข้าง ๆ มานั่ง ยกสองมือเท้าคาง “พอพี่ทำเสร็จแล้ว หนูค่อยคุยด้วย”
เจียงมู่อวิ๋นขานรับ ก่อนเร่งมือขึ้นเล็กน้อย
ไม่นานนัก ซุปหน้าตาน่ากินก็ถูกตักออกจากหม้อใส่กล่องชนิดพิเศษที่เก็บความร้อนได้ ทั้งยังป้องกันไม่ให้พลังงานในอาหารสูญหาย
เขาถอดถุงมือสีขาว ล้างมือ แล้วหันไปมองน้องสาวที่นั่งเรียบร้อยอยู่ไม่ไกล ดวงตาโค้งขึ้นนิด ๆ “ตอนนี้พูดได้หรือยัง?”
เจียงหลีเยว่หยิบแก่นสีแดงคล้ำออกมาจากกระเป๋า
“พี่ชาย นี่คือแก่นการกัดกร่อนที่ได้จากสัตว์กัดกร่อนระดับสอง ข้างในมีพลังปั่นป่วนและชั่วร้าย ต้องชำระล้างก่อนถึงจะใช้ได้”
