หลังทานอาหารเสร็จ พี่น้องทั้งสามก็ยังไม่รีบร้อนเข้าเกม
ลู่ยวี่หวยบอกให้ทั้งสองรอก่อน เขาบอกว่ารูปถ่ายที่ถ่ายไว้ในเกมเมื่อวานส่งไปร้านอัดรูปใกล้ ๆ แล้ว สั่งอัดมาสามชุด แถมยังซื้ออัลบั้มมาอีกสามเล่มด้วย
เดี๋ยวรอรูปกับอัลบั้มมาถึงแล้วค่อยเปิดดูด้วยกัน
เจียงหลีเยว่ยังคงนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา ไม่ได้ไถเว็บบอร์ดต่อ แต่เปิดแอปวิดีโอสั้นดูไปเรื่อย ๆ
ผ่านไปราวสิบกว่านาที เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น
ลู่ยวี่หวยกระโดดลุกจากโซฟาทันที สวมรองเท้าแตะเดินไปที่โถงทางเข้า ไม่นานก็หิ้วถุงใบใหญ่ตุง ๆ กลับมา วางลงบนโต๊ะกลาง
“มาแล้ว ๆ มาดูด้วยกันเร็ว”
เขาแกะถุงด้วยความรวดเร็ว หยิบรูปข้างในออกมา พินิจดูสองครั้ง ดวงตาก็พลันเป็นประกาย “โห สวยจริง ๆ”
เจียงหลีเยว่หยิบรูปออกมาสองสามใบ
รูปทั้งหมดถ่ายในป่าใจกลางพฤกษาโบราณ คุณภาพหลังอัดออกมาดีกว่าที่เธอคิดไว้มาก สีสันสดใสอิ่มเอม ทิวทัศน์งดงามราวแดนเซียน เหมือนความฝันจนยากจะแยกแยะ
ในรูป เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย ดวงตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว มุมปากยกขึ้น รอยยิ้มดูมีความสุขเหลือเกิน
พี่ชายกับพี่อวี่หวยยืนขนาบข้างเธอราวกับองครักษ์ซ้ายขวา คนหนึ่งเก็บรอยยิ้ม อีกคนยิ้มสดใส
เธอยื่นมือไปลูบรูปถ่ายอย่างทะนุถนอม ชอบมาก
“แหม ถ่ายออกมาสวยจริง ๆ ไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวดัง ๆ ที่คนแห่ไปถ่ายรูปเลยนะ แบบนี้ก็ถือว่าเราได้ไปเที่ยวกันแล้วสิ” ลู่ยวี่หวยลูบคางพลางพูดด้วยรอยยิ้ม
พอได้ยินคำว่าเที่ยว ดวงตาของเจียงมู่อวิ๋นก็ไหววูบเบา ๆ เขาเงยหน้ามอง “ตรุษจีนปีนี้ ไปเที่ยวเมืองหนานกันไหม?”
เมืองหนานเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง อุณหภูมิในฤดูหนาวก็ยังอยู่ที่ยี่สิบกว่าองศา เหมาะกับการไปเที่ยวช่วงหน้าหนาวพอดี
“ได้สิ” ลู่ยวี่หวยไม่มีทางคัดค้าน แถมยังตั้งตารอเสียด้วย เขาหันไปหาเจียงหลีเยว่ “เสี่ยวหลี ไปไหม?”
