หลังจากป้อนพลังมรณะเสร็จ เจียงหลีเยว่ก็พาเสวียนเย่ออกจากก้นรอยแยก เดิมทีเธอตั้งใจจะกลับนครชมจันทร์ไปพักผ่อน แต่พอมาถึงค่ายกลเคลื่อนย้าย เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงมุ่งหน้าไปหมู่บ้านจันทราเงาทันที
แสงสีขาวเลือนหายไป ถนนดินและสิ่งปลูกสร้างไม้ที่คุ้นเคยก็ปรากฏตรงหน้า
หมู่บ้านจันทราเงาคึกคักกว่านครชมจันทร์มาก มีชาวดาวน้ำเงินเดินขวักไขว่ไปทั่วหมู่บ้าน
พวกเขาจับกลุ่มกันสามถึงห้าคน บ้างนั่งยอง ๆ ริมทางศึกษาดูอาวุธในมือ บ้างยืนกระซิบกระซาบกันอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน ส่วนคนใจกล้าสองสามคนถึงกับเริ่มต่อรองราคากับเจ้าของร้านขายของชำแล้ว
อาจเป็นเพราะในเทวโองการ หมู่บ้านจันทราเงาปรากฏในฐานะหมู่บ้านเริ่มต้น พอทุกคนนึกถึง ‘หมู่บ้านเริ่มต้น’ ก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมา จึงพากันหลั่งไหลเข้ามาเป็นฝูง
แต่เจียงหลีเยว่สังเกตเห็นว่าหมู่บ้านจันทราเงาไม่มีม่านป้องกัน
ทว่าบริเวณใกล้เคียงก็ไม่มีร่องรอยของสัตว์ประหลาด
โชคดีที่บริเวณนี้ไม่มีประตูปรากฏขึ้น หรือก่อนที่พวกเขาจะมาถึง สัตว์ประหลาดเหล่านั้นถูกกำจัดไปหมดแล้วกันแน่?
เธอไม่รู้
เจียงหลีเยว่เดินไปถึงร้านช่างตีเหล็กอย่างคุ้นเคย โอเอินผิดจากทุกทีที่มักเคาะแร่เหล็กอยู่หน้าเตาหลอม เขายกเก้าอี้มานั่งตรงทางเข้า กำลังจัดเรียงวัสดุสำหรับตีเหล็กในตะกร้าไม้ตรงหน้า
เขาเหลือบมองคนที่เดินผ่านหน้าร้านเป็นระยะ ก่อนจะรีบเก็บสายตากลับไป
“ท่านลุงโอเอิน” เจียงหลีเยว่อุ้มเสวียนเย่หยุดยืนหน้าร้าน
โอเอินที่ปกติไม่ค่อยแสดงสีหน้า พอเห็นเธอ คิ้วที่ขมวดแน่นก็คลายลงเล็กน้อย เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ไม่ได้มานานแล้ว ให้ข้าดูหน่อยว่าฝีมือตีเหล็กของเจ้าฝืดไปหรือยัง”
