“พักครึ่งจบลงแล้ว”
“ฉากที่หกกำลังจะเริ่มขึ้น”
“ขอให้นักแสดงขึ้นเวที”
เสียงระฆังสามครั้งดังขึ้นกะทันหันนอกเวที จากนั้นแสงไฟสีเลือดเหนือหลังเวทีก็ค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละดวง เสียงหัวเราะเย็นเยียบของเด็กดังมาจากทุกมุมของโรงละคร
เส้นใยเชิดหุ่นที่พันรอบร่างลู่ยวี่หวยพลันตึงเขม็ง
ร่างของเขาก้าวไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้
หญิงมีเขาก็เป็นเช่นเดียวกัน
ทั้งสองเดินผ่านทางเดินหลังเวทีที่นักแสดงใช้ลงจากเวที ก่อนก้าวขึ้นไปทีละก้าว
ม่านสีแดงฉานค่อย ๆ เปิดออก
ผู้ชมไร้หน้านับไม่ถ้วนด้านล่างยังคงนั่งในท่าเดียวกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
บนใบหน้าของพวกมันไม่มีดวงตา แต่ลู่ยวี่หวยกลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าสายตานับไม่ถ้วนกำลังจับจ้องมาที่ตนพร้อมกัน
กลางเวทีมีบัลลังก์ทองคำตั้งอยู่
หญิงต่างเผ่าผู้สวมชุดกระโปรงยาวสีแดงเข้มนั่งอยู่บนนั้น
นางสวมหน้ากากสีขาวที่กำลังร่ำไห้ มือกุมคทาประดับอัญมณีเต็มด้าม ร่างกายก็ถูกเส้นใยเชิดหุ่นพันธนาการไว้เช่นกัน
ราชินีค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เอ่ยบทพูดตามบทละคร
“เลน อัศวินผู้ภักดีที่สุดของข้า”
“เจ้าสังหารบิดาของตนเอง แล้วนำศีรษะของเขามาถวายอาณาจักร แต่ข้าก็ยังไม่อาจเชื่อในความภักดีของเจ้าได้”
นางไร้สีหน้า แต่น้ำเสียงกลับมีจังหวะสูงต่ำและเต็มไปด้วยอารมณ์อย่างยิ่ง
ช่วยไม่ได้ หลังจากผ่านละครห้าฉากก่อนหน้านี้มาแล้ว นักแสดงที่ฝีมือไม่ถึงขั้นต่างก็ตายกันหมด
เส้นใยเชิดหุ่นดึงลู่ยวี่หวยให้คุกเข่าข้างหนึ่ง เสียงเตือนเย็นชาแหลมคมดังขึ้นในหัว
