ความรู้สึกไร้น้ำหนักมาเยือนตามคาด อาการวิงเวียนรุนแรงกระชากประสาทจนปั่นป่วน
เมื่อเท้าทั้งสองกลับมาเหยียบพื้น ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
รอบด้านมีแต่ท้องฟ้าสีเทาหม่น กลิ่นเน่าเหม็นฉุนคลุ้งอยู่ในอากาศ
พี่ชายไม่อยู่ พี่อวี่หวยก็ไม่อยู่ คนอื่น ๆ ล้วนไม่อยู่เช่นกัน
มีเพียงเสวียนเย่ที่เกาะเสื้อของเธอแน่น ดวงตาสองสีดำแดงกวาดมองรอบกายอย่างระแวดระวัง
“โฮ่ง” เสวียนเย่ส่งเสียงเรียกเบา ๆ
เจียงหลีเยว่ยกข้อมือขึ้น หน้าจอสมองกลอัจฉริยะมืดสนิท สัญญาณและฟังก์ชันทั้งหมดใช้การไม่ได้
สมกับที่ถูกแยกกันจริง ๆ
เธอหลับตาลง ตั้งใจสัมผัสตราประทับวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ในร่างของทุกคน
สายสัมพันธ์อันแผ่วเบาปรากฏขึ้นราง ๆ
พี่ชายกับเหล่าเจี้ยนและคนอื่น ๆ น่าจะอยู่ไกลมาก ไกลจนแม้แต่ทิศทางก็พร่าเลือน ราวกับมีห้วงมิติที่พับซ้อนกันนับไม่ถ้วนขวางกั้นอยู่
“ไกลเกินไป...”
เจียงหลีเยว่ลืมตาขึ้น แววตาลุ่มลึก แต่ไม่ได้คลุ้มคลั่งเหมือนตอนอยู่ในสนามรบสีชาด
ตราบใดที่ยังสัมผัสถึงสายสัมพันธ์ได้ ก็แปลว่าพี่ชายกับคนอื่น ๆ ยังปลอดภัย เธอยังพอรักษาความสงบไว้ได้
เจียงหลีเยว่กวาดตามองรอบด้าน
ที่นี่คือป่าต้นไม้แห้งแล้งไร้ชีวิต ต้นไม้รูปร่างพิกลบิดเบี้ยว มองผ่าน ๆ คล้ายร่างคนที่กำลังลืมตาจ้องมอง
