สิบนาทีต่อมา ทุกคนก็เตรียมพร้อมและมารวมตัวกันที่หน้าวิลล่า
เหล่าเจี้ยนกับชิวชิวสวมเกราะคุณภาพสีม่วงอย่างดี ยืนอยู่หน้าสุดของขบวน ดาบยาวกับโล่ยักษ์ในมือเปล่งประกายจาง ๆ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่อุปกรณ์ธรรมดา
พี่มี่ฝากลูกสาวให้ครอบครัวของสมาชิกกิลด์ช่วยดูแล แล้วเข้าร่วมขบวนด้วย
หลินหมานเดินตามพี่มี่อยู่ข้าง ๆ เธอตรวจระเบิดในกระเป๋าเป้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความตื่นเต้น ก่อนสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนออกมา
“ตื่นเต้นมากเหรอ?” พี่มี่สังเกตเห็นเสียงหายใจหนัก ๆ ของหลินหมาน จึงหันมามอง ใบหน้าที่ดูสุขุมและเยือกเย็นมีรอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นมา น้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องกังวลไป เสี่ยวหวยกับเสี่ยวมู่เก่งมาก พวกเราก็ไม่ได้อ่อนแอ คงไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝันหรอก”
หลินหมานมองพี่มี่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนคุณแม่ แล้วเผลอลดเสียงลงโดยไม่รู้ตัว “ฉันไม่ได้กังวลมากหรอก แค่เพิ่งออกทำภารกิจครั้งแรก ก็เลยตื่นเต้นนิดหน่อย...”
มีเสี่ยวหลีอยู่ด้วย เธอไม่กังวลเลยว่าพวกเขาจะเจออันตรายอะไร
เธอแค่กลัวว่าจะเป็นตัวถ่วง
“อย่างนี้นี่เอง งั้นออกทำภารกิจบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชิน” พี่มี่หัวเราะเบา ๆ พลางชวนหลินหมานคุยเรื่อยเปื่อย
เมื่อหลินหมานเดินออกจากนครชมจันทร์ และยืนอยู่บนค่ายกลเคลื่อนย้ายพร้อมกับคนอื่น ๆ เธอถึงได้รู้ว่าตัวเองดูเหมือนจะไม่ตื่นเต้นเท่าเดิมแล้ว
เธอชะงักไป ก่อนจะยิ้มออกมา
คนของกิลด์สามสายน้ำใจดีจริง ๆ
....
....
ขบวนไปถึงที่รกร้างหุบผาแยกก่อน
ผืนดินสีแดงชาดบิดเบี้ยวอยู่ในสายตา ดวงอาทิตย์ที่ลอยอยู่เหนือศีรษะดูราวกับอยู่ใกล้เป็นพิเศษ แผดเผาพื้นดินจนร้อนระอุ คลื่นความร้อนซัดเข้ามาเป็นระลอก ไอร้อนอบจนเหงื่อผุดขึ้นทันที
ลู่ยวี่หวยตัดสินใจทันที “อย่าลืมดื่มยาแก้ร้อน เดี๋ยวเป็นลมแดดกันขึ้นมา ถ้าใครไม่มียาก็มารับกับฉัน”
เหล่าเจี้ยนกับคนอื่น ๆ รีบหยิบยาออกมาดื่มรวดเดียว รู้สึกเย็นสบายขึ้นทันที ราวกับเพิ่งรอดออกมาจากเตาไฟ
เจียงหลีเยว่เห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของหลินหมาน จึงเดินไปหาและหยิบยาออกมาหลายขวดส่งให้ “สีเขียวเป็นยาแก้ร้อน สีแดงเพิ่มเลือด ส่วนสีเหลืองเพิ่มพลังป้องกัน...”
