สมาชิกซานสุ่ยต่างแยกย้ายกันไปเปิดหีบสมบัติ
เจียงหลีเยว่ก็พาเจียงมู่อวิ๋นกับลู่ยวี่หวยออกจากที่พัก มุ่งหน้าไปยังวิหารเทพธรรมชาติ
นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่ยวี่หวยได้เห็นวิหารหลังซ่อมแซมเสร็จ เขากวาดตามองอย่างละเอียด แววตาเต็มไปด้วยความทึ่ง
“ที่นี่สุดยอดมาก เดี๋ยวฉันถ่ายรูปสักสองสามรูปส่งให้ผิงจิ้ง ให้เขาปรับปรุงค่ายของเราตามแบบนี้เลย”
เขาลูบเสาหินข้างตัวกับอัญมณีสวยงามหลากสีที่ฝังอยู่บนผนังอย่างหลงใหล “สวยจริง ๆ ดูยิ่งใหญ่อลังการมาก ค่ายของเราก็ควรเป็นแบบนี้แหละ!”
ในดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและปรารถนาในวิหารเทพธรรมชาติ
เขาชอบของที่ดูหรูหราทองอร่ามแวบเดียวก็รู้ว่าแพงแบบนี้ที่สุด มองแล้วรู้สึกมีหน้ามีตาสุด ๆ!
เจียงมู่อวิ๋นเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา ไม่พูดอะไร
จากนั้นก็ส่งข้อความส่วนตัวหาผิงจิ้ง เตือนว่าช่วงนี้ควรบล็อกลู่ยวี่หวยไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นจะโดนก่อกวนอย่างหนักแน่
เดิมทีผิงจิ้งก็เป็นคนกลัวสังคมอยู่แล้ว
คนเรียนสถาปัตย์ก็ลำบากพออยู่แล้ว อย่าให้โดนลู่ยวี่หวยบีบจนสติแตกเลย เด็กนั่นรับแรงกดดันไม่เก่งขนาดนั้น
ถ้าคนที่ถูกเปลี่ยนเป็นจิ่วจิ่ว เหล่าเจี้ยน หรือชิวชิว เจียงมู่อวิ๋นคงคร้านจะเข้าไปยุ่ง
พวกนั้นกล้าบอกลู่ยวี่หวยให้ไสหัวไปแน่
แต่ผิงจิ้งไม่กล้า
ผิงจิ้งทำได้แค่เลือกระหว่างโมโหกับยอมโดนรังแก แล้วก็เลือกยอมโดนรังแก
เห็นลู่ยวี่หวยกำลังเพลิดเพลินกับการชมวิหาร เจียงมู่อวิ๋นก็เอ่ยเสียงเย็น “เปิดหีบ”
“อ้อ ๆ ใช่ ยังมีหีบที่ไม่ได้เปิดนี่นา” ลู่ยวี่หวยรีบดึงตัวเองกลับจากภาพฝันเรื่องค่าย
สามพี่น้องนั่งลงกับพื้นในวิหารหลัก หีบสมบัติสามใบลอยอยู่ตรงหน้าแต่ละคน ลวดลายสีทองเข้มบนหีบส่องประกายแดงร้อนแรง สอดประสานกับแสงสีเขียวมรกตของวิหาร ดูงดงามมาก
“ตามธรรมเนียมเดิม” ลู่ยวี่หวยถูมือ “ขอให้ราชินีเสี่ยวหลีประทานโชคดีให้พวกเราด้วย!”
