ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแห่งความเป็นความตาย ไม่มีใครเอ่ยปากคัดค้านการจัดการของมู่จี้ไป๋ ทุกคนแยกย้ายไปยังประตูทั้งสี่ทิศตะวันออก ใต้ ตะวันตก และเหนือ ตามแผนของเธออย่างเป็นระเบียบ
มู่จี้ไป๋ลงจากแท่นสูง มองไปทางกลุ่มของเจียงหลีเยว่ สีหน้าเคร่งขรึม “ประธานลู่ ประตูทิศเหนือฝากพวกคุณด้วย”
“หัวหน้ามู่ไม่ต้องห่วง” ลู่ยวี่หวยเก็บท่าทีขี้เล่นก่อนหน้านี้ แล้วตอบอย่างจริงจัง “พวกเราจะรักษาแนวป้องกันประตูทิศเหนือให้ดีแน่นอน”
มู่จี้ไป๋พยักหน้า ก่อนหมุนตัวก้าวยาว ๆ มุ่งหน้าไปยังประตูทิศใต้
ลู่ยวี่หวยถอนสายตากลับ สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วมองเจียงหลีเยว่กับพี่ชาย รวมถึงเหล่าเจี้ยนและพวกที่อยู่ข้างกาย “ไป พวกเราออกเดินทางกันบ้าง”
ประตูโลหะที่ปิดสนิทเปิดออก
ท้องฟ้าด้านนอกป้อมปราการมืดสนิท ขอบฟ้าสีแดงคล้ำที่เคยเห็นถูกความมืดกลืนกินไปจนหมด ทั้งผืนฟ้าผืนดินหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความมืด มีเพียงป้อมปราการที่แผ่แสงสลัวออกมา
ลู่ยวี่หวยไม่คิดว่าด้านนอกจะมืดขนาดนี้
ชักจะกระทบกับการต่อสู้แล้วสิ...
บางเผ่าพันธุ์ก็มองเห็นไม่ดีอยู่แล้ว
อย่างเหล่าเจี้ยนที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งเอาแต่โวยวายไม่หยุด “ทำไมมืดขนาดนี้ล่ะเมียจ๋า ตาฉัน...ตาฉันมองไม่เห็นอะไรเลย!”
พี่มี่ตบหลังมือเหล่าเจี้ยนเบา ๆ น้ำเสียงสงบนิ่ง “ใจเย็น อย่าไปรบกวนคนอื่น”
เหล่าเจี้ยนหุบปากอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
“มืดจริงด้วย” ลู่ยวี่หวยหันกลับไปมองป้อมปราการขนาดใหญ่ด้านหลัง หรี่ตาลงเล็กน้อย “ป้อมปราการไม่น่าจะไม่มีไฟสปอตไลต์อะไรทำนองนั้นนะ...”
【ฉันไปหา】
สายตาของเจียงหลีเยว่ไม่ได้รับผลกระทบ เธอพุ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว จนเห็นได้เพียงเงาร่างที่วูบไหว
เธอพบสวิตช์ไฟสปอตไลต์หลังประตู แล้วกดปุ่ม เสียงดังแผ่วเบาแว่วเข้าหู เมื่อชะโงกมองออกไป ก็เห็นลำแสงสว่างจ้าหลายสายทะลวงความมืด ส่องสว่างไปทั่วสนามรบ
“เสี่ยวหลี แนวป้องกันอีกสามด้านคงเจอสถานการณ์เหมือนพวกเรา”
“ช่วยไปเปิดไฟให้พวกเขาหน่อย”
【ได้】
ร่างสีชาดวูบไปปรากฏหลังประตูทั้งสามบานทางตะวันออก ใต้ และตะวันตก
แปะ ๆ ๆ—
สนามรบตามแนวป้องกันทั้งสามทิศสว่างขึ้นทันที
มู่จี้ไป๋หันไปมองหลังประตู แวบหนึ่งคล้ายเห็นเงาสีแดงวูบผ่าน
