เจียงหลีเยว่กดขอเข้าร่วมปาร์ตี้ไปตามสัญชาตญาณ
พอเข้าไปก็พบว่าเป็นโหมดทีม ภายในมีคนอยู่แล้วห้าหกสิบคน ทั้งหมดเป็นสมาชิกกิลด์สามสายน้ำ
ทันทีที่เธอเข้ามา ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าทีม
มีเพียงหัวหน้าทีมกับรองหัวหน้าทีมเท่านั้นที่พูดคุยผ่านเสียงได้
เสียงของลู่ยวี่หวยดังขึ้นข้างหู สดใสแต่สงบนิ่ง “ผมส่งพิกัดไว้ในช่องแชตแล้ว แผนที่นี้เรียกคนมาหาไม่ได้ พวกคุณต้องเดินทางมาเอง ตอนนี้นอกจากผมแล้วก็ไม่มีผู้เล่นคนอื่นอยู่ที่นี่”
“เล่าสถานการณ์มา”
เสียงทุ้มต่ำเย็นชาของเจียงมู่อวิ๋นดังตามมา น้ำเสียงราบเรียบทำให้ผู้ฟังรู้สึกปลอดภัยอย่างยิ่ง
ลู่ยวี่หวยถอนหายใจ “ผมแค่มาทำภารกิจที่ทุ่งน้ำแข็งป่าเถื่อน ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นถึงปลุกบอสสุดท้ายของแผนที่ขึ้นมาได้ ไม่รู้ทั้งเลเวล ไม่รู้ทั้งหลอดเลือด ไม่รู้สกิล แต่โจมตีแรงมาก”
“แค่กิลด์เราก็คงรับมือไม่ไหวแล้ว สกิลเดียวของมันทำให้เลือดผมติดลบไปเป็นแสน ข่าวดีคือบอสอยู่ใกล้จุดเกิดใหม่มาก เดินทางมาแค่สองนาทีก็ถึง”
เจียงมู่อวิ๋นรับคำ “แล้วคิดไว้หรือยังว่าจะทำยังไงต่อ?”
“พวกคุณมาก่อน รอกิลด์อื่นมาถึงแล้วค่อยดูกัน” ลู่ยวี่หวยกล่าว “บอสนี่คงหาช่องโหว่เล่นงานไม่ได้ ต้องดูว่ากิลด์ไหนจะยืนหยัดได้จนถึงท้ายที่สุด หลอดเลือดของมันหนาเกินไปจริง ๆ”
“แถมยังโจมตีแรงมากด้วย”
พูดตามตรง ลู่ยวี่หวยเองก็ไม่คิดว่าผู้เล่นจะจัดการบอสสุดท้ายตัวนี้ได้
แต่ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว ลองดูก่อนค่อยว่ากัน
เผื่อจะทำได้ล่ะ?
“อ้อ อย่าลืมซื้อยาต้านความหนาวมาเยอะ ๆ ก่อนเข้าแผนที่ให้กินกันคนละขวด ไม่อย่างนั้นเลือดจะลดต่อเนื่อง”
ลู่ยวี่หวยเตือนขึ้นมา
ทันทีที่เจียงหลีเยว่เคลื่อนย้ายมาถึงทุ่งน้ำแข็งป่าเถื่อน ลมหนาวเสียดกระดูกก็หอบเกล็ดน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่หน้า
สุดสายตาคือผืนดินเยือกแข็งสีขาวที่ทอดยาวไร้ขอบเขต
ทั่วทั้งฟ้าดินเหลือเพียงสีเทากับสีขาว ธารน้ำแข็งที่อยู่ไกลออกไปทอดยาวเป็นชั้น ๆ จรดขอบฟ้า ราวกับคลื่นยักษ์ที่หยุดนิ่ง
