ไม่มีใครอยากเผชิญหน้ากับเจ้าของลานล่าโดยตรง
แม้ยังไม่เคยเห็นอีกฝ่ายมาก่อน แต่แรงกดดันจากเขตระดับเอสก็เพียงพอจะทำให้ผู้ทดสอบทุกคนเลิกคิดหวังลม ๆ แล้ง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ลานล่าแห่งราตรีนิรันดร์ยังมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วแดนทดสอบ
มันชอบมองเหยื่อต่อสู้ดิ้นรน หนีเอาชีวิตรอด และอ้อนวอนขอความเมตตา
ยิ่งหวาดกลัว มันก็ยิ่งพึงพอใจ
บางครั้งมันยังนึกสนุก บังคับให้เหยื่อเข่นฆ่ากันเอง เพื่อสนองความปรารถนาของตน
ถึงอย่างนั้น ผู้ทดสอบจำนวนไม่น้อยก็ยังมีความหวังอยู่บ้าง
ขอเพียงซ่อนตัวให้มิดชิด ขอเพียงยังมีเหยื่อตัวอื่นอยู่ใกล้ ๆ ขอเพียงอดทนจนกว่าการล่าจะสิ้นสุดลง.....
พวกเขาก็อาจรอดชีวิตออกไปได้
เจียงหลีเยว่ยืนอยู่กับที่ มองผู้ทดสอบรอบตัวใช้ความสามารถต่าง ๆ นานาด้วยความสนใจ
เก่งจริง ๆ ถึงกับเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นหินกับแมลงได้ด้วย
เธอแอบชื่นชมอยู่ในใจ ก่อนยกมือขึ้นลูบเสวียนเย่ “พวกเราหาที่ซ่อนกันเถอะ”
“โฮ่ง~”
แม้จะอยากรู้ว่าฝีมือของเจ้าของลานล่านั้นแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เจียงหลีเยว่ก็ไม่ได้คิดจะพุ่งออกไปเผชิญหน้าโดยตรง
ต้องสังเกตการณ์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ
หนึ่งคนหนึ่งตนเดินตามทางแคบ ๆ เข้าไปในป่าทึบ
ต้นไม้รอบด้านสูงใหญ่เป็นพิเศษ ลำต้นมีรอยข่วนลึกตื้นกระจายอยู่เต็มไปหมด บางรอยยังมีเศษเนื้อเลือดที่แห้งจนกลายเป็นสีดำติดอยู่
พื้นดินปกคลุมด้วยใบไม้ผุหนาเตอะ
ทุกครั้งที่เหยียบลงไป ใต้ฝ่าเท้าจะมีเสียงแตกหักเบา ๆ คล้ายเหยียบกระดูกอะไรสักอย่างจนแหลก
เจียงหลีเยว่เลือกต้นไม้สูงใหญ่ที่มีกิ่งใบหนาทึบ ก่อนกระโดดขึ้นไปบนกิ่งอย่างรวดเร็ว แล้วมองลงไปยังที่ไกล ๆ จากมุมสูง สิ่งเดียวที่เห็นคือป่าที่ ‘ว่างเปล่า’
ความสามารถติดตัวของเผ่าผีห้วงลึกเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ
กลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตบนร่างเธอจางหายไปอย่างรวดเร็ว
