ก้นหุบเขาเต็มไปด้วยไอโลหิตที่พวยพุ่งขึ้นฟ้า
ผู้เข้าทดสอบของชางเย่ากว่ายี่สิบคนกำลังรุมโจมตีสัตว์กระดูกโลหิตตัวมหึมาหลายตัวอย่างบ้าคลั่ง แสงสกิลหลากสีส่องสว่างทั่วที่รกร้างสีแดงคล้ำจนดูสว่างเรืองรองอย่างน่าประหลาด
เมิ่งซิวยืนอยู่ด้านหลังสุด
เขาไว้ผมยาว มือหนึ่งเล่นผลึกกระดูกโลหิตสองก้อนที่เพิ่งขุดได้ สีหน้าเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส
ในฐานะผู้บัญชาการของกลุ่ม เขาไม่จำเป็นต้องลงมือเอง แค่มองลูกน้องกวาดทรัพยากรจนเกลี้ยงก็พอ
ทันใดนั้น คลื่นพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวพลันแผ่ลงมาจากเหนือศีรษะ
สีหน้าเมิ่งซิวเปลี่ยนไป เขาเงยหน้าขึ้นทันที
เจียงหลีเยว่ไม่คิดจะปกปิดกลิ่นอายแม้แต่น้อย
ปีกพลังมรณะที่แผ่นหลังแผ่ออกเต็มที่ ร่างของนางราวกับดาวตกสีดำแดง พุ่งลงมาใส่ศีรษะเมิ่งซิวพร้อมจิตสังหารบ้าคลั่งที่ไม่คิดปิดบัง
“รนหาที่ตาย!”
เมิ่งซิวหัวเราะเย็นชา
เขาคิดว่าเป็นผู้เข้าทดสอบคนไหนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง บุกมาปล้นชิง
ในเขตอันตรายระดับสูงของแดนทดสอบ มีพวกสิ้นคิดที่ชอบฆ่าชิงทรัพย์อยู่ไม่น้อย แต่เมิ่งซิวไม่ใช่คนที่จะรังแกกันได้ง่าย ๆ
เขาชักดาบยาวที่เอว ฟันสวนขึ้นไปอย่างแรง
เพลิงเผาน้ำค้างแข็งที่มีแสงสีแดงสลับน้ำเงินปะทะเข้ากับดาบยาวหนักอึ้งอย่างจัง
แรงสะท้อนมหาศาลส่งผ่านด้ามดาบมา
รอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าเมิ่งซิวแข็งค้างทันที
เขาถอยหลังอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้หลายก้าว ทุกย่างก้าวประทับรอยเท้าลึกลงบนดินสีแดงคล้ำ
แขนที่จับดาบชาจนไร้ความรู้สึก ง่ามมือแตกเป็นแผลโลหิต
แข็งแกร่งนัก!
ในใจเมิ่งซิวปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์
มิน่าอีกฝ่ายถึงกล้าบุกมาหาเขา ฝีมือระดับนี้ไม่ใช่พวกปล้นชิงธรรมดาแน่!
เจียงหลีเยว่ลงถึงพื้นอย่างมั่นคง
