หลังพักผ่อนอยู่ในสวนกุ้ยฮวาหลายวัน ในที่สุดเหล่าเจี้ยนกับพวกก็ฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าที่เรือผีนำพามาได้
สวนกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ทุกวันเหล่าเจี้ยนจะแบกโล่ไปให้คนซ้อมกระบองในห้องฝึก พยายามฝึกให้ตัวเองหนังหนาเนื้อทนจนดาบแทงหอกฟันไม่เข้า ส่วนชิวชิวกับจิ่วจิ่วก็ออกไปสนามฝึกด้วยกันตั้งแต่เช้าตรู่ ชุนเฟิงหอบวัสดุที่เพิ่งซื้อมาใหม่สำหรับพรางตัวและลอบสังหาร เอาแต่ขบคิดทั้งวันว่าจะทำอย่างไรให้เข้าออกไร้ร่องรอยยิ่งขึ้น
ผิงจิ้งไม่ได้ออกไปไหน
ภายในเมืองหมื่นปรากฏการณ์มีผู้คนสัญจรขวักไขว่ เผ่าพันธุ์หน้าตาแปลกประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนมีอยู่ทุกแห่ง
สำหรับคนที่เข้าสังคมไม่เก่งอย่างเขา แค่ก้าวออกจากประตูสวนก็ต้องรวบรวมความกล้ามหาศาลแล้ว เขาจึงเลือกอยู่แต่ในที่พัก ศึกษาแบบแปลนสิ่งก่อสร้างของดินแดนทดสอบหมื่นเผ่า
หลินหมานเองก็อยู่แต่ในสวนตลอดทั้งวัน
เจียงหลีเยว่ค้นเจอวัสดุจำนวนมากกับแบบแปลนเครื่องล้อมเมืองระดับสูงหลายแผ่นจากแหวนมิติของกัปตันโครงกระดูก แล้วมอบทั้งหมดให้เธอ
พอหลินหมานเห็นแบบแปลน ดวงตาก็เป็นประกายวาบ ไม่สนใจแม้แต่จะกินข้าว ลากวัสดุพุ่งตรงเข้าไปในห้องประดิษฐ์
ตลอดสองวันเต็ม ๆ มีเสียงระเบิดทุ้มต่ำดังมาจากสวนข้าง ๆ เป็นระยะ
ทุกครั้งที่เสียงดัง พื้นดินก็สั่นสะเทือนเบา ๆ ตามไปด้วย
ลู่ยวี่หายนั่งดื่มชาอยู่ใต้ต้นกุ้ยฮวา เสียงระเบิดทำให้ถ้วยชาในมือสั่น น้ำชาเกือบกระฉอกออกมา
เขาเงยหน้ามองสวนข้าง ๆ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย “เกราะป้องกันของสวนนี้ทนไหวหรือเปล่า?”
เจียงหลีเยว่นอนขดอยู่บนเก้าอี้นุ่มข้าง ๆ มือหนึ่งบีบหูย้วย ๆ ของเสวียนเย่พลางตอบว่า “ถ้าทนไม่ไหวก็ให้ร้านชดใช้เงิน ตอนเช่าพนักงานบอกฉันว่า ต่อให้ผู้แข็งแกร่งระดับเอสมาก็ยังทนได้สองวัน”
“หลอกลวงลูกค้า ต้องชดใช้สิบเท่า!”
ลู่ยวี่หวยลูบคาง “พูดถูก”
ถ้าอย่างนั้นก็อย่าทนได้เลย
