“สาม...สามร้อยปี?” จิ่วจิ่วทวนเสียงตะกุกตะกัก รู้สึกว่าทัศนคติที่มีต่อโลกของตนถูกกระทบกระเทือนเล็กน้อย “แล้วพวกเธอต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่ ห้าร้อยปีเหรอ?”
“ใช่แล้ว~” ภูตบุปผาตัวน้อยกะพริบดวงตากลมสีม่วงอ่อน แล้วพยักหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ “พวกเราภูตบุปผาใช้เวลาเติบโตนานมาก ๆ เลย”
“ผู้อาวุโสในเผ่าภูตบุปผาบอกว่า ต้องผ่านกาลเวลาอันยาวนานเท่านั้น ถึงจะกลายเป็นภูตบุปผาที่เปี่ยมด้วยปัญญาที่สุดได้”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
ลู่ยวี่หวยได้สติเป็นคนแรก เขายิ้มตาหยีพร้อมกล่าวว่า “วงจรการเติบโตของแต่ละเผ่าพันธุ์ไม่เหมือนกันจริง ๆ แบบนี้พวกเราคงต้องลองชิมชาดอกไม้ที่เธอชงให้เต็มที่แล้ว”
“เชิญเข้ามาเลย เชิญเข้ามา~”
ภูตบุปผาตัวน้อยต้อนรับอย่างกระตือรือร้น ก่อนนำทุกคนเข้าไปด้านในเกสรดอกไม้
พื้นที่ด้านในกว้างขวางมาก
ผนังทำจากกลีบดอกไม้ที่นุ่มและหนา แผ่แสงสีม่วงอ่อน ๆ ออกมา ส่องให้ทั้งห้องดูอบอุ่นละมุนตา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นสานขึ้นจากเถาวัลย์และใบไม้ขนาดใหญ่ ทั้งประณีตและอบอวลด้วยกลิ่นหอมสดชื่นตามธรรมชาติ
ภูตบุปผาตัวน้อยวุ่นวายจัดเตรียมของไปมา ไม่นานก็ยกชาดอกไม้หลายถ้วยมาให้ด้วยถ้วยเถาวัลย์ใบเล็กประณีต
“เชิญลองชิม~”
เจียงหลีเยว่รับถ้วยมา แล้วก้มลงสูดกลิ่นเบา ๆ
ชาดอกไม้หอมละมุน ไม่มีสิ่งเจือปนแม้แต่น้อย เสวียนเย่เองก็ชะโงกหัวออกมาจากไหล่ของเธอด้วยความสงสัย แล้วขยับเข้าไปดมตรงขอบถ้วย
