หลังมู่จี้ไป๋นำทีมเข้าไปแล้ว ลู่ยวี่หวยก็หันกลับมามองคนที่เหลือ ดวงตาดอกท้อหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเก็บท่าทีสบาย ๆ ตามปกติแล้วกำชับอย่างจริงจัง
「พอเข้าไปแล้วระวังตัวกันด้วย ถ้าสู้ไหวก็สู้ ถ้าสู้ไม่ไหวก็หนี เอาตัวรอดให้ฉลาดหน่อย」
ทุกคนขานรับพร้อมกัน ก่อนจะเดินตามเข้าไปในวังวนสีม่วง
ความรู้สึกไร้น้ำหนักราวกับโลกหมุนคว้างเข้าจู่โจมในพริบตา
นึกถึงประสบการณ์ครั้งก่อนที่ถูกแยกจากกัน เธอจึงคว้าชายเสื้อเจียงมู่อวิ๋นกับลู่ยวี่หวยไว้โดยไม่รู้ตัว ส่วนเสวียนเย่ที่เกาะอยู่บนไหล่ก็ตะปบเสื้อของเธอแน่น หางเหยียดตึง ดวงตาสองสีดำแดงเบิกกว้างกลมโต
แสงสว่างจางหาย สัมผัสแน่นหนักใต้ฝ่าเท้ากลับคืนมา
เจียงหลีเยว่กวาดตามองรอบตัวทันที เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างที่คุ้นเคยจึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
พี่ชายกับเพื่อนร่วมทีมอยู่ข้าง ๆ กันครบ
คราวนี้ไม่ถูกแยกจากกันด้วย
เจียงมู่อวิ๋นเองก็ผ่อนลมหายใจลงเล็กน้อยอย่างแทบสังเกตไม่เห็น
「คราวนี้ไม่แยกพวกเราออกจากกันแฮะ」เหล่าเจี้ยนแบกโล่ยักษ์ไว้บนบ่า กวาดตามองรอบ ๆ ด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเบิกตากว้าง 「แถมที่นี่... เหมือนหลุดมาผิดฉากเลยหรือเปล่า」
ทุกคนจึงหันไปสนใจสภาพแวดล้อมรอบตัว แล้วก็ต้องตะลึงกับภาพตรงหน้าในทันที
ที่นี่แตกต่างจากบรรยากาศกดดันหม่นหมองของสนามรบสีชาดอย่างสิ้นเชิง
เบื้องหน้าคือทะเลดอกไม้ในฝันที่งดงามเจิดจ้าจนแทบไม่เหมือนจริง
ดอกไม้ขนาดมหึมาไหวเอนอยู่ไม่ไกล แต่ละต้นสูงเสียดเมฆ ลำต้นหนาใหญ่ราวกับต้นไม้ยักษ์ กลีบดอกกว้างไหวระริกตามสายลมอ่อน ๆ สะท้อนแสงระยิบระยับราวภาพฝันใต้แสงแดดอบอุ่น
