แหวนทับทิมปรากฏอักขระลึกลับซับซ้อนขึ้นบนผิว พลันปลดปล่อยแรงกดดันน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
แสงสีแดงวาบขึ้น
ลำแสงสีแดงคล้ำสายหนึ่งพุ่งเข้าไปกลางหว่างคิ้วของเจียงหลีเยว่โดยตรง
เจียงหลีเยว่รู้สึกเพียงว่าภาพตรงหน้ามืดวูบ ทิวทัศน์ทั้งห้องถูกความมืดข้นคลั่กกลืนกินไปในพริบตา
เมื่อสายตากลับมามองเห็นอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในห้วงจิตสีดำสนิท
มีเงาร่างหนึ่งยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลเบื้องหน้า
คนผู้นั้นสวมชุดปฏิบัติการสีดำที่ดูคล่องตัว ผมยาวถึงเอวปลิวไสวไปตามลม
โครงหน้าของเธอเหมือนเจียงหลีเยว่ทุกประการ
แต่บุคลิกกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อีกฝ่ายดูเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก ดวงตาดำสนิทลึกล้ำแฝงอันตรายและความเฉียบคมที่หล่อหลอมมาจากกองซากศพและทะเลเลือด
นี่คือตัวเธอ แต่ก็ไม่ใช่ตัวเธอ
ความคุ้นเคยอย่างยิ่งยวดผุดขึ้นในใจเจียงหลีเยว่
ความรู้สึกคุ้นเคยนี้ไม่ได้เกิดจากอีกฝ่ายมีใบหน้าเหมือนเธอ
แต่เป็นเพราะเธอเคยเห็นคนคนนี้จริง ๆ
เคยเห็นที่ไหนกันนะ?
ความทรงจำพลิกย้อนอย่างรวดเร็ว
ภาพที่เห็นในผลึกแวบเข้ามาในหัวเจียงหลีเยว่
หญิงสาวผู้ยืนอยู่เหนือซากปรักหักพัง ดวงตาเย็นชาในภาพจากผลึก ก็คือคนตรงหน้าผู้นี้!
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้
เจียงหลีเยว่กำหมัดแน่น จ้องอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง
เธอยังไม่ทันเอ่ยปาก เจียงหลีเยว่ฉบับผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ชิงพูดขึ้นก่อน
หญิงสาวกวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าสองครั้ง มุมปากยกยิ้มขึ้น
“เธอคือเสี่ยวหลีในชาติกำเนิดที่สามสินะ” น้ำเสียงของเธอเย็นใส แฝงความสบาย ๆ อยู่บ้าง “เป็นยังไงบ้าง พี่ชายกับพี่อวี่หวยยังมีชีวิตอยู่ไหม?”
ชาติกำเนิดที่สาม...
รูม่านตาของเจียงหลีเยว่สั่นไหวเล็กน้อย สมองหมุนเร็วจี๋ เธอหลุดถามออกมาโดยไม่รู้ตัว “คุณเป็นใครกันแน่?”
หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ แล้วเดินเข้ามาสองก้าว น้ำเสียงเจือแววหยอกเย้า “ยังดูไม่ออกอีกเหรอ? ฉันก็คือเธอไง”
