ตอนตีสองครึ่ง ห้องประชุมชั้นบนสุดของสำนักงานใหญ่กลุ่มบริษัทหลินเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งกรรมการ ญาติในตระกูล และผู้บริหารระดับสูงต่างถูกเรียกตัวด่วนมา บางคนสวมเสื้อคลุมทับชุดนอน บางคนถึงกับใส่รองเท้าสลับข้าง
เอกสารเรียกชำระหนี้มูลค่า 8,500 ล้านวางเต็มโต๊ะยาว หนังสือยกเลิกสัญญาจากซัพพลายเออร์ก็กองพะเนินอีกตั้งหนึ่ง บนจอยังแสดงอันดับความเสี่ยงของกลุ่มบริษัท เครื่องหมายสีแดงทำให้ทุกคนใจหายวาบ
พ่อบ้านประคองหลินเจิ้นเทียนเข้ามาในห้องประชุม ไม้เท้าหัวมังกรกระทบพื้นกระเบื้องเป็นจังหวะ ใบหน้าเขาซีดเขียว เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุบ ๆ พอนั่งลงก็ยกมือปัดถ้วยชาที่ขอบโต๊ะตกลงพื้น
“ใครก็ได้บอกฉันที รับตำแหน่งได้ไม่กี่ชั่วโมง กลุ่มบริษัทหลินกลายเป็นสภาพนี้ได้ยังไง!”
ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากก่อน
หลินชูเสวี่ยนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะฝั่งซ้าย ยังไม่มีเวลาเปลี่ยนชุดราตรีสีน้ำเงินเข้ม ชายกระโปรงยังเปื้อนคราบเหล้า ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่น้อย ความเย่อหยิ่งที่เคยมีเมื่อคืนนี้แทบประคองไว้ไม่อยู่แล้ว
กรรมการผู้ถือหุ้นคนหนึ่งผลักเก้าอี้ลุกขึ้น “ผู้อาวุโสหลิน เรื่องนี้ปิดต่อไปไม่ได้แล้ว ธนาคาร 8 แห่งร่วมกันเรียกชำระหนี้ 8,500 ล้าน ผู้จำหน่ายวัตถุดิบรายใหญ่ 3 รายหยุดส่งของ เงินสดของกลุ่มบริษัทจะประคองต่อไปไม่ถึงวันนี้แล้ว!”
“เหลวไหล! กลุ่มบริษัทมูลค่าแสนล้านกลับประคองต่อไปไม่ถึงวัน พวกแกมัวทำอะไรกันอยู่ทุกวัน?”
ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินยื่นรายงานเงินทุนให้ “ผู้อาวุโสหลิน กลุ่มบริษัทหลินมีขนาดใหญ่ก็จริง แต่หนี้สินก็หนักเช่นกัน ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาเราอาศัยวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนประคองกิจการไว้ ตราบใดที่ช่องทางสินเชื่อจากธนาคารยังปกติ เงินทุนก็หมุนเวียนต่อไปได้ครับ”
“แต่ตอนนี้ช่องทางของธนาคารทั้ง 8 แห่งถูกปิดพร้อมกัน หนี้ระยะสั้นทั้งหมดถูกเรียกคืน เงินสำรองในบัญชีรับไม่ไหวแน่ครับ”
หลินเจิ้นเทียนพลิกดูรายงานไปสองหน้า มือสั่นหนักขึ้นเรื่อย ๆ เขารู้จักตัวเลขทุกตัวในรายงาน แต่พอมาเรียงชิดติดกันกลับทำให้หายใจไม่ทั่วท้อง
