พอตกค่ำ ลูกค้าก็เริ่มเข้าร้านมากขึ้น มีอยู่สองโต๊ะเป็นกลุ่มพนักงานบริษัทมาจัดกิจกรรมกัน มากันสิบกว่าคน ลูกค้านำเหล้ามาเอง ทางร้านก็ไม่ได้เก็บค่าเปิดขวดอะไรทั้งนั้น ร้านอาหารริมทางของพวกเขามีเหล้าขายเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่เป็นเบียร์กับเหล้าดองสมุนไพร
ที่บ้านยังมีเหล้าหมักเองด้วย อย่างเหล้าม้าน้ำ เหล้าโสมเก๋ากี้ เหล้าหม่อน เหล้าบ๊วย เหล้าลิ้นจี่ และเหล้าหมักจากธัญพืชอีกหลายชนิด
ช่วงค่ำค่อนข้างยุ่ง โต๊ะหนึ่งสั่งอาหารสิบอย่าง มีแค่สองพ่อลูกช่วยกันทำอยู่ในครัวหลังร้าน จะบอกว่าคึกคักร้อนระอุก็ไม่เกินจริง
พวกเขายุ่งกันตั้งแต่ห้าโมงเย็นจนเลยสองทุ่มไป ลูกค้าจึงค่อยซาลง เวลามื้อเย็นผ่านไปแล้ว รอบถัดไปก็เป็นลูกค้ามื้อดึก แต่ร้านของพวกเขาไม่ได้เปิดขายมื้อดึก
ที่จริงเฉินเย่าหมิงเคยเสนอว่า จะลองเปิดขายมื้อดึก ตั้งแต่ห้าโมงเย็นไปจนถึงตีสองดีไหม
แถวนี้ชีวิตกลางคืนคึกคัก ร้านโจ๊กมื้อดึกขายดีกว่าด้วยซ้ำ พวกเขาเปิดขายเฉพาะตอนกลางคืนก็ยังได้
แต่ร่างกายของพ่อแม่รับไม่ไหว พวกเขาเคยลองอยู่พักหนึ่ง ยอดขายดีขึ้นก็จริง แต่เหนื่อยกว่าเดิมมาก และต้องทำแบบนั้นไปเรื่อย ๆ
ตอนนี้ถึงจะเหนื่อยเหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็ยังมีเวลาดูแลตัวเองกับครอบครัว
พอสามทุ่มกว่า ร้านก็ปิด ของทะเลเหลือขายหลายอย่างต้องจัดการ ถึงจะยังกินได้ แต่รสชาติก็จะหายไปมาก ของทะเลเหล่านี้ไม่ใช่ของสดแช่เย็นที่เก็บไว้ในตู้แช่ได้ทั้งวัน หากวางไว้นานเกินไป รสชาติก็จะเสียไปมาก
“พ่อ! แม่!”
กลับถึงบ้าน เฉินเย่าหมิงอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมา แล้วยื่นบุหรี่ให้เฉินกว่างสงมวนหนึ่ง
