ฉีถงเหวยไม่พูดจาอ้อมค้อมให้เสียเวลา เข้าประเด็นตรง ๆ และเสนอความคิดของตัวเองออกมาทันที
“ผมจะทำแพลตฟอร์มธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบ C2C ชื่อชั่วคราวว่าเถาฮั่วเน็ต โมเดลหลักเรียบง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นบุคคล ร้านค้าเล็ก ๆ หรือโรงงานขนาดย่อม ทุกคนเปิดร้านได้ฟรี ไม่มีเงื่อนไขกีดกันในการเข้าร่วม”
พอสิ้นเสียง ทั้งสามคนที่นั่งตรงข้ามก็นิ่งอึ้งไปทันที
ในเวลานั้น แพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ในประเทศที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง ต่างเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าร่วมและเงินประกัน แถมยังมีเงื่อนไขสูงลิ่ว คนธรรมดาแทบไม่มีทางเข้ามาร่วมวงได้
แนวคิดเปิดร้านฟรี ในปี 2003 นับเป็นความคิดที่พลิกความเข้าใจของคนในวงการอย่างสิ้นเชิง
ในบรรดาทั้งสาม ชายสวมแว่นกรอบทองอดเอ่ยถามด้วยความสงสัยไม่ได้ “เจ้านายครับ ถ้าเปิดร้านฟรี แล้วเราจะทำกำไรได้ยังไง ค่าดูแลแพลตฟอร์ม เซิร์ฟเวอร์ รวมถึงแบนด์วิดท์ล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้น ทำฟรีอย่างเดียวคงไปไม่รอดหรอกครับ”
ฉีถงเหวยมีสีหน้าเรียบเฉย มั่นใจเต็มเปี่ยม “ช่วงแรกยังไม่ทำกำไร”
“ตลอดสามปีข้างหน้า แพลตฟอร์มจะทำแค่อย่างเดียว คือดึงดูดผู้ใช้เข้ามาให้มากที่สุด สะสมร้านค้า และแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด”
“พอจำนวนผู้ใช้กับขนาดของร้านค้าเติบโตเต็มที่ และปริมาณผู้เข้าชมเริ่มมั่นคงแล้ว เราค่อยทำกำไรจากโฆษณา พื้นที่โปรโมต บริการเสริมสำหรับร้านค้า และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ต้องทำให้ทุกคนหาเงินจากแพลตฟอร์มได้ก่อน เราถึงจะทำเงินได้”
