“หัวหน้าต้วน หัวหน้าต้วน ผมไม่รู้จริง ๆ ปล่อยผมไปเถอะ อ๊าก!”
กลิ่นเนื้อไหม้ชวนคลื่นเหียนลอยคลุ้ง เสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานดังก้องไปทั่วห้องสอบสวน ความโหดร้ายของเสียงนั้นทำให้เพื่อนร่วมงานหญิงขวัญอ่อนอดสะอื้นเบา ๆ ไม่ได้
พวกเธอสั่นระริกด้วยความกลัว แอบมองหญิงมารร้ายที่อยู่ไม่ไกลอย่างระมัดระวัง แม้แต่ร้องไห้ยังไม่กล้าส่งเสียงดัง
เสิ่นซูม่านเพิ่งลืมตาขึ้นก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี เธอแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกตัว พลางสังเกตรอบด้านอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางความมืดสลัวมีห้องขังมืดทะมึนเรียงราย แสงตะเกียงน้ำมันที่ไหววูบทำให้พวกมันดูราวกับสัตว์ยักษ์กินคน
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดในความมืดคือหญิงงามผู้มีใบหน้าเย้ายวนและริมฝีปากแดงสดราวเปลวเพลิง นางเล่นปืนในมืออย่างไม่ใส่ใจ ขณะเสียงเฆี่ยนตีเนื้อหนังดังมาจากส่วนลึกของห้องขัง นางกลับไม่สะทกสะท้าน
แย่แล้ว!
ที่นี่คงไม่ใช่หน่วยข่าวกรองสักแห่งหรอกนะ?
เสิ่นซูม่านรู้สึกปวดตุบ ๆ ที่ท้ายทอย เจ้าของร่างเดิมคงหมดสติไปเมื่อครู่ แล้วเธอก็เข้ามายึดร่างแทน
เสิ่นซูม่านไม่สบอารมณ์นัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้!
เธอถูกปลาหลีดำที่กลายเป็นปีศาจเข้าสิง มันบังคับให้เธอดูดเอาโชคชะตาของผู้อื่นไปช่วยบำเพ็ญเพียร มิฉะนั้นมันจะกลืนกินวิญญาณของเธอ แล้วไปหาเจ้าของร่างคนใหม่
เสิ่นซูม่านไม่มีทางเลือก เธอไม่อยากตาย อยากมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ก็ไม่อยากทำร้ายคนอื่น
ไม่ว่าใคร หากโชคชะตาถูกช่วงชิงไปย่อมเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง ทั้งยังส่งผลไปถึงชาติหน้าและชาติถัด ๆ ไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างพูดคุยกัน เธอยังสังเกตได้ว่าเมื่อปลาหลีดำตัวนี้เติบโตถึงขีดสุด มันอาจดูดเอาโชคชะตาของประเทศไปด้วย!
จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง!
เสิ่นซูม่านยอมรับว่าตัวเองเห็นแก่เงินและไม่ได้เป็นคนดีอะไรนัก เพื่อเอาชีวิตรอดจึงจำต้องยอมอ่อนข้อ แต่เธอไม่มีวันทำเรื่องที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ไม่อย่างนั้นเธอจะกลายเป็นคนแบบไหนกัน?
คนเราจะเห็นแก่ประโยชน์และหลีกเลี่ยงภัยก็ได้ แต่ห้ามลืมบุญคุณเด็ดขาด เธอเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เล็ก ประเทศชาติเลี้ยงดูเธอมา ดังนั้นไม่ว่าอย่างไร เธอก็ช่วยคนชั่วทำร้ายผลประโยชน์ของประเทศไม่ได้
แล้วถ้าไปต่างประเทศเพื่อดูดเอาโชคชะตาของชาวต่างชาติล่ะ?
เสิ่นซูม่านส่ายหน้า เธอยังไม่ได้มองการณ์สั้นถึงขนาดนั้น ในโลกที่เชื่อมถึงกันทั่วทั้งโลก หากจุดหนึ่งสั่นคลอน ทุกอย่างย่อมได้รับผลกระทบ
หากโชคชะตาของประเทศอื่นหมดไป เศรษฐกิจพังทลาย เกิดวิกฤตการเงิน เทคโนโลยีถดถอย หรือถึงขั้นเกิดสงคราม แล้วเรื่องใดบ้างจะไม่ส่งผลกระทบต่อมาตุภูมิ?
พอดีตอนนั้นเธอกำลังอ่านนิยายสายลับเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเซี่ยงไฮ้ในเขตยึดครอง จู่ ๆ ก็เกิดความคิดขึ้นมา จึงหลอกปลาหลีดำว่าถ้ามันพาเธอข้ามไปยังโลกในหนังสือได้ เธอก็จะดูดเอาโชคชะตาได้ตามใจชอบ หนังสือเล่มเดียวไม่พอ ก็ยังมีอีกตั้งมากมาย
ตอนนั้นเธอแค่พูดเล่น แม้จะมีปีศาจที่ผิดหลักวิทยาศาสตร์ปรากฏตัวขึ้นจนโลกทัศน์ของเธอสั่นคลอนก็ตาม
แต่ใครจะคิดว่าโลกคู่ขนานตามทฤษฎีไซไฟจะมีอยู่จริงด้วย!
เสิ่นซูม่านเสียใจแทบตาย ทำไมตอนนั้นถึงพูดถึงเซี่ยงไฮ้ยุคสาธารณรัฐจีนกันนะ ปลาหลีดำเป็นพวกสายบำเพ็ญเซียนชัด ๆ ก็ควรพามันไปโลกเซียนเหล่านั้น ให้จอมยุทธ์ผู้ผดุงความยุติธรรมจัดการมันเสีย!
แน่นอนว่าเธอแค่พูดไปอย่างนั้น เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ย่อมไม่มีทางย้อนกลับ
ไม่ใช่แค่ข้ามมิติมาเท่านั้น เธอยังกลายเป็นสายลับของหน่วยข่าวกรองกลางที่แฝงตัวอยู่ในหน่วย 76 และถูกจับได้แล้วอีกต่างหาก ซวย...ชะมัด!
นี่คือผลของการถูกปลาหลีดำดูดโชคชะตาไปหรือไง?
เสิ่นซูม่านสูดลมหายใจเย็นเยียบ พยายามทบทวนความทรงจำในหัวอย่างสุดกำลัง หวังว่าจะหาทางรอดได้สักนิด
เซี่ยงไฮ้ในเวลานี้เพิ่งผ่านสงครามซงหู่มาได้หนึ่งปี เมืองตกอยู่ภายใต้การยึดครองแล้ว ส่วนเขตเช่าร่วมสากลและเขตเช่าฝรั่งเศสกลายเป็นเกาะโดดเดี่ยว
หลังจากการกวาดล้างนานหนึ่งปี เครือข่ายหน่วยข่าวกรองกลางในเซี่ยงไฮ้ก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ผู้คนมากมายถูกจับกุม เจ้าของร่างเดิมเป็นเพียงสายลับที่ถูกชักชวนเข้ามาอย่างขอไปที แท้จริงแล้วเป็นแค่เบี้ยที่ถูกทิ้งได้ทุกเมื่อ
ตอนนี้ เฉียนอันหมิน ผู้เป็นอาจารย์ของเธอและรองหัวหน้าฝ่ายกิจการลับของหน่วย 76 ถูกพบว่าแอบหนีไปพร้อมกับข่าวกรอง
ต้วนอินฮุ่ย หัวหน้าฝ่ายข่าวกรอง จึงสั่งค้นฝ่ายกิจการลับอย่างเอิกเกริก จับทุกคนไปหมด ยกเว้นหัวหน้าแผนก ป๋อเย่หมิง
ระหว่างปฏิบัติการจับกุม มีคนสามคนชักปืนขัดขืน พวกเขายิงคนตายไปไม่น้อย ทำให้ฝ่ายกิจการลับตกอยู่ในความโกลาหล
ท้ายที่สุด ต้วนอินฮุ่ยเป็นฝ่ายเหนือกว่า จับทุกคนได้หมดและขังไว้ในฝ่ายสอบสวน กำลังไต่สวนทีละคน
จังหวะที่เธอข้ามมิติมาช่างเหมาะเจาะเหลือเกิน เจ้าของร่างเดิมเตรียมตัวไว้เรียบร้อยแล้ว พอถึงคราวของตัวเองก็จะกัดแคปซูลในปากให้แตก แล้วฆ่าตัวตายทันที
ตอนนี้หัวหน้าต้วนกำลังสอบสวนคนเดียวในบรรดาสามคนที่ขัดขืนแล้วรอดชีวิต ต่อไปก็จะถึงคราวของพวกเธอ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่กล้าทำแบบนี้ แถมยังมีปืนอยู่ในมือ ต้องเป็นสายลับที่หน่วยข่าวกรองทหารหรือหน่วยข่าวกรองกลางส่งมาปักหลัก หรือไม่ก็พรรคคอมมิวนิสต์แดง
ตามวิธีการของหน่วย 76 ไม่ว่าคนที่เหลือจะน่าสงสัยหรือไม่ สุดท้ายก็ถูกใช้เป็นแพะรับบาปทั้งนั้น
โชคดีที่ที่นี่คือฝ่ายกิจการลับ
พูดให้ถูก ฝ่ายกิจการลับเป็นแผนกที่คนมีเส้นสายมานั่งกินเงินเดือน เพื่อนร่วมงานหญิงทั้งสามที่อยู่ข้างเธอ ซูอิ่งเสวี่ยเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของซูอิ่งเจียง หัวหน้าทีมปฏิบัติการ ส่วนไป๋หลิวซูเป็นผู้หญิงของวั่งปิงหยาง รองหัวหน้าฝ่ายสอบสวน จะเรียกว่าคู่หมั้นก็ได้ เฉินอ้ายหลินเป็นหลานสาวของหลี่จิ้นซง หัวหน้าฝ่ายสาม
ฝ่ายกิจการลับมีผู้หญิงทั้งหมดสี่คน มีเพียงเจ้าของร่างเดิมเท่านั้นที่เป็นคนธรรมดาไร้เส้นสาย
ตอนเรียนหนังสือ เธอถูกสมาคมไห่ซึ่งทำหน้าที่ชักชวนนักเรียนเข้าร่วมเป็นพิเศษดึงตัวเข้ามา คนที่ถูกคัดเลือกเข้ามาพร้อมกับเธอ ต่างก็ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไปแล้ว เช่น ต้วนอินฮุ่ย หัวหน้าฝ่ายข่าวกรอง
ผู้หญิงคนนี้เป็นคนบ้าคลั่ง มือเปื้อนเลือด เพื่อยืนหยัดในหน่วย 76 ได้ นางยอมทำทุกอย่าง ไม่รู้ว่ามีเลือดของเพื่อนร่วมชาติผู้บริสุทธิ์เปื้อนมือนางไปเท่าไร
ส่วนบางคนก็กลายเป็นเถ้ากระดูกไปนานแล้ว เจ้าของร่างเดิมหวาดกลัวจนอยากหาที่พึ่งให้ตัวเอง
เฉียนอันหมิน รองหัวหน้าฝ่ายกิจการลับจับได้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ จึงเกลี้ยกล่อมให้เธอมาเป็นสมาชิกวงนอกของหน่วยข่าวกรองกลาง ปกติเธอไม่ต้องทำอะไรนัก แค่ช่วยเฉียนอันหมินพรางตัวเป็นครั้งคราว
เจ้าของร่างเดิมมีความรู้แค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่ได้มีความรู้เรื่องสายลับมากมาย เฉียนอันหมินจึงไม่เคยมอบภารกิจสำคัญให้เธอ
ส่วนภารกิจขโมยข่าวกรองครั้งนี้เป็นความลับระดับสูง เจ้าของร่างเดิมไม่รู้อะไรเลย
แต่เธอกลับกลายเป็นเบี้ยที่ถูกทิ้ง เฉียนอันหมินต้องการปกป้องคนที่ขโมยข่าวกรองตัวจริง จึงจงใจทิ้งร่องรอยหลอกลวงให้ต้วนอินฮุ่ยสืบมาถึงฝ่ายกิจการลับ ขณะที่ตัวเขาหนีไปพร้อมข่าวกรองตั้งนานแล้ว
เบาะแสเหล่านั้นดูเหมือนจะชี้ไปทางอื่น แต่แท้จริงแล้วกลับพุ่งเป้ามาที่เจ้าของร่างเดิม
เจ้าของร่างเดิมทำอะไรไม่ได้ เมื่อรู้ว่าตัวเองทนรับการทรมานไม่ไหว จึงตัดสินใจไว้แล้วว่าพอถูกสอบสวนก็จะกัดถุงยาพิษในปากให้แตกแล้วฆ่าตัวตาย
แต่ระหว่างถูกจับกุม ท่ามกลางความวุ่นวายมีคนผลักเธอล้มจนศีรษะกระแทกมุมโต๊ะ แล้วหมดสติไป
พูดตามตรง ท่าทางแบบนี้ไม่เหมือนสายลับเลยสักนิด ยังสู้เพื่อนร่วมงานหญิงข้าง ๆ ไม่ได้ด้วยซ้ำ
ต้วนอินฮุ่ยจึงไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อย กำลังสอบสวนคนที่ขัดขืนและเห็นได้ชัดว่ามีพิรุธคนนั้นอยู่
แต่เวลาไม่คอยท่า เธอต้องหาทางช่วยตัวเองให้ได้ ไม่อย่างนั้นเพิ่งข้ามมิติมา ชีวิตน้อย ๆ นี้ก็ต้องจบลงเสียแล้ว
ปลาหลีดำบอกว่าถ้าเธอตาย มันจะกลืนกินวิญญาณของเธอทันทีแล้วไปหาเจ้าของร่างคนใหม่
เสิ่นซูม่านไม่อยากตาย ยิ่งไม่อยากให้ปลาหลีดำไปทำร้ายคนอื่น หากมันไปเจอพวกคนทรยศขายชาติขึ้นมา ประเทศในโลกนี้ก็คงจบเห่
อย่าได้คิดว่าปลาหลีดำมีคุณธรรม มันไม่ได้ดีไปกว่าคนชั่วที่ทำทุกอย่างได้โดยไม่เลือกวิธี
ขณะที่กำลังคิดเช่นนั้น เจ้าหน้าที่สอบสวนก็เดินเข้ามา “หัวหน้าต้วน คนคนนั้นสารภาพแล้ว เป็นคนของหน่วยข่าวกรองทหาร”
หัวใจเสิ่นซูม่านกระตุกวูบ มาแล้ว!
“โอ้?” ต้วนอินฮุ่ยเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “สายที่ติดต่อเขาเป็นใคร?”
“เขาบอกว่าไม่รู้ เรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือของหน่วยข่าวกรองทหาร ท่านคิดว่าเป็นหน่วยข่าวกรองกลาง หรือไม่ก็พรรคคอมมิวนิสต์แดงหรือไม่ขอรับ?”
“น่าสนใจ” ต้วนอินฮุ่ยลุกขึ้น ดวงตาคมกริบกวาดมองคนที่ถูกมัดอยู่รอบด้าน “ฝ่ายกิจการลับแห่งนี้มีคนเก่งซ่อนอยู่ไม่น้อยเลยจริง ๆ!”
นางเดินเข้าไปหาคนกลุ่มนั้นทีละก้าว ซูอิ่งเสวี่ยกับคนอื่น ๆ สั่นเทาด้วยความกลัว แม้เสิ่นซูม่านจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้จริง ๆ เธอก็ยังกลัวจนหัวใจเต้นรัว
“พาตัวนางไปสอบสวน” ต้วนอินฮุ่ยชี้มาที่เธอ
เสิ่นซูม่านกัดฟัน รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ในบรรดาพวกเธอสี่คน มีแค่เธอที่ไร้ภูมิหลัง ต้วนอินฮุ่ยต้องเริ่มเล่นงานเธอก่อนแน่!
รอต่อไปไม่ได้แล้ว เธอต้องหาทางช่วยตัวเอง!
