นี่เป็นครั้งที่สองที่เฉียวซือหนัวกับถังกั่วมาภูเขาเถาจื่อ แต่ความรู้สึกของทั้งคู่กลับแตกต่างจากครั้งแรกโดยสิ้นเชิง
คราวนี้ทั้งสองมีสีหน้าเคร่งขรึมกว่ามาก ตั้งแต่อยู่บนรถ เฉียวซือหนัวก็หยิบแท็บเล็ตออกมารายงานข้อมูลที่เพิ่งค้นมาได้ “รอบภูเขาเถาจื่อมีหมู่บ้านกระจัดกระจายอยู่ไม่น้อย ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังชีพด้วยการเก็บสมุนไพร เก็บเห็ด และเป็นไกด์ให้นักท่องเที่ยว หมู่บ้านหลักบริเวณเชิงเขามีสามแห่ง บนครึ่งภูเขายังมีอีกหลายหมู่บ้าน ส่วนในป่าก็มีหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่บ้าง เราควรเริ่มลงพื้นที่จากตรงไหนดีคะ”
ถังกั่วกำลังขับรถ คิ้วขมวดแน่นไม่คลาย
เธอตอบว่า “เริ่มจากข้างล่างไล่ขึ้นไปเลย พยายามลงพื้นที่ให้ได้มากกว่าครึ่งภายในวันนี้”
เฉียวซือหนัวพยักหน้ารับคำ
เพราะทั้งคู่สวมเครื่องแบบตำรวจ ถึงจะไม่ได้ขับรถตำรวจมา แต่พอลงจากรถก็ถูกคนในหมู่บ้านจับตามองกันถ้วนหน้า
บรรดาผู้สูงอายุที่นั่งอยู่ตรงปากหมู่บ้าน ไม่ว่าจะกำลังเด็ดผัก สูบบุหรี่ หรือพูดคุยกัน ต่างก็พากันมองทั้งสองคน พอเห็นตำรวจสองนายเดินตรงเข้ามา หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีคนหนึ่งก็เอ่ยถามก่อนว่า “มาหาใครกันจ๊ะ”
ถังกั่วคลี่ยิ้ม เดินเข้าไปหาชาวบ้านแล้วถามว่า “หมู่บ้านเราอยู่ใกล้ภูเขาเถาจื่อใช่ไหมคะ เมื่อสัปดาห์ก่อนมีใครเห็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียว กางเกงสีดำ สะพายเป้ใบใหญ่ เดินขึ้นเขาบ้างไหมคะ”
ทุกคนมองหน้ากันไปมา คล้ายกำลังถามกันเองว่าเคยเห็นหรือไม่
