ถังกั่ววิ่งมาเร็วเกินไป พูดไปก็หอบไป เธอเดินไปถามตำรวจหญิงที่เคาน์เตอร์ว่ามาหาใคร อีกฝ่ายก็ชี้ไปทางซ่งสิงจื่อกับหลานเฟยทันที
พอถังกั่วเห็นทั้งสองคนก็โล่งอก รีบวิ่งเข้าไปหา สำรวจหลานเฟยตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่ครู่ใหญ่ถึงค่อยวางใจ “ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว กลับกันก่อนเถอะ”
ทันทีที่เห็นถังกั่ว หลานเฟยก็ลืมเรื่องเมื่อครู่ไปจนหมด เดินเข้าไปตบหลังเธอเบา ๆ แล้วพูดเสียงอ่อนโยนว่า “ไม่เป็นไรแล้ว พักสักหน่อยเถอะ อย่าฝืนจนเหนื่อย”
จากนั้นก็ยื่นน้ำที่ซ่งสิงจื่อรินให้เธอส่งให้ถังกั่ว
ถังกั่วเองก็กระหายน้ำจริง ๆ จึงดื่มน้ำเปล่าในแก้วจนหมดในอึกเดียว
จากนั้นเธอหันไปมองซ่งสิงจื่อแล้วถามว่า “เลิกงานหรือยัง ถ้าเลิกแล้วกลับด้วยกันเถอะ”
ซ่งสิงจื่ออยากบอกเหลือเกินว่าตัวเองเลิกงานแล้ว แต่ความจริงคือยัง เขายังมีรายงานกองโตที่ต้องทำ
เขาจึงได้แต่ยิ้มขื่น ๆ แล้วส่ายหน้า “ต้องทำโอทีครับ”
ถังกั่วส่งสายตาเห็นใจให้เขา แล้วพูดว่า “ยังดีที่ฉันไม่ต้องทำ ไปละ”
ซ่งสิงจื่อยิ้มอย่างจนใจ ตอนนี้ยังมีอารมณ์แซวคนอื่นได้ ดูท่าความกังวลของเขาจะเกินเหตุไปจริง ๆ
ความสามารถในการรับมือกับแรงกดดันของถังกั่วแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดเสียอีก
บนรถ อารมณ์ของถังกั่วผ่อนคลายกว่าตอนออกจากสถานีตำรวจครั้งก่อนมาก ถึงกับถามหลานเฟยว่าอยากกินอะไรไหม เดี๋ยวจะพาไปกิน
แต่หลานเฟยกลับมองใบหน้าด้านข้างของถังกั่วด้วยรอยยิ้มเอ็นดู แล้วพูดเสียงนุ่มนวลว่า “ฉันไม่หิว สองวันนี้คงตกใจมากใช่ไหม”
ถังกั่วตอบไปตามสัญชาตญาณว่า “ไม่หรอก แค่กลัวว่าคุณจะพักผ่อนไม่ดีที่สถานี”
