ตอนถังกั่วรีบมาถึงใต้ตึกแปด กู้ไค้ก็มาถึงพร้อมกับคนของเขาพอดี
ทั้งสองฝ่ายต่างแปลกใจเล็กน้อยที่ได้เจอกันที่นี่
เว่ยรั่วเฟยกลับเดินเข้ามาหาอย่างดีใจ “พี่กั๋วรู้ได้ยังไงว่าพวกเราจะมาที่นี่”
ถังกั่วไม่สนใจเขา หันไปถามกู้ไค้ “ตึกนี้ยังมีใครที่ยังไม่ได้ไปสัมภาษณ์บ้าง”
กู้ไค้พยักหน้า “วันนี้เราไปเก็บคนที่ตกหล่นจากเมื่อวานครบแล้ว แต่ในรายชื่อที่ชุมชนให้มา มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ยอมลงมาสักที”
“ใช่คนแซ่หลิวที่อยู่ห้องสิบหก ตึกแปดหรือเปล่า”
เว่ยรั่วเฟยเบิกตากว้าง เอ่ยชม “เทพจริง ๆ! คุณรู้ได้ยังไง”
กู้ไค้กับหลินเฟิงสบตากัน ก่อนจะนึกขึ้นได้ทันทีแล้วหันไปมองถังกั่ว “หรือว่าคนคนนั้นคือเขา”
—
หลิวจื่อเสวียนสูงหนึ่งเมตรแปดสิบ น้ำหนักไม่น้อย ดูค่อนข้างเจ้าเนื้อ เขาสวมเสื้อสีดำมีฮู้ด ฮู้ดขนาดใหญ่คลุมศีรษะไว้ทั้งหัว กลางเสื้อมีช่องกระเป๋าขนาดใหญ่ที่ทะลุถึงกันทั้งสองด้าน มือทั้งสองข้างซุกอยู่ข้างใน
เดิมทีเขาตั้งใจจะขึ้นลิฟต์ แต่กลับเห็นว่าลิฟต์กำลังเคลื่อนอยู่ ดวงตาพลันวาบด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางบันไดหนีไฟ
เขาก้าวเท้าเร็ว เสียงฝีเท้าดังก้องไปทั่วโถงทางเดินอันเงียบสงัด
เขาวิ่งเหยาะลงมาจากชั้นสี่ พอใกล้ถึงหัวมุมชั้นหนึ่ง ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนบันไดตรงหน้า
ท่ามกลางความมืด ซ่งสิงจื่อนั่งอย่างผึ่งผายอยู่บนขั้นบันได พอได้ยินเสียงก็ลุกขึ้นยืนหันหน้าเข้าหาหลิวจื่อเสวียน
เขากวาดตามองหลิวจื่อเสวียน พลางประเมินในใจว่าเด็กคนนี้อายุไม่เกินสิบเจ็ดปีแน่
ฮู้ดของหลิวจื่อเสวียนบังใบหน้าส่วนบนไว้ เหลือเพียงปากที่เม้มเป็นเส้นตรงให้เห็น มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ในกระเป๋า ดูเหมือนจะระแวดระวังซ่งสิงจื่อ ผู้มาเยือนที่ไม่คาดคิด
