อู่เยว่คลายความระแวดระวังลงไปไม่น้อย เขาดึงเก้าอี้ออกมานั่งตามจังหวะ แล้วเผลออยากคุยเรื่องวิธีเล่นเกมกับถังกั่วต่ออีกสักสองสามประโยค
ถังกั่วแสร้งทำท่าสนใจฟัง
ตรงมุมห้อง ซ่งสิงจื่อกวาดตามองครัวที่เต็มไปด้วยกล่องอาหารเดลิเวอรี เขาเดินเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ก้มลงดึงบานตู้เก็บของชั้นล่างที่ปิดสนิทออก
ลึกเข้าไปในตู้มีเชือกปอเส้นหนึ่งขนาดพอ ๆ กับนิ้วมือถูกโยนทิ้งไว้อย่างลวก ๆ
ซ่งสิงจื่อขมวดคิ้ว หยิบเชือกออกมา
เชือกเส้นนี้...
ขนาดเท่านี้...
หรือว่าจะเป็นเส้นที่ใช้รัดคออู่เผิงจนตาย?
แต่พอหยิบออกมา เขาก็พบว่าเชือกไม่ยาว หรือพูดให้ชัดก็คือถูกตัดออกไปท่อนหนึ่ง
เขาส่งสายตาเป็นนัยให้เว่ยรั่วเฟยอย่างแนบเนียน
แม้เว่ยรั่วเฟยจะยังรังเกียจอยู่เหมือนเดิม แต่ก็รู้ว่าการหาหลักฐานสำคัญกว่า จึงแสร้งทำเหมือนเดินเล่นไปเรื่อย ๆ พลางสังเกตทุกซอกทุกมุมของห้อง กระทั่งเริ่มเดินไปทางห้องที่ปิดสนิทห้องนั้น
อู่เยว่เหลือบเห็นความเคลื่อนไหวของทั้งสองคนในห้องรับแขกด้วยหางตา ใจพลันกระตุกวูบ เขารีบเบี่ยงตัวไปขวางหน้าถังกั่ว แล้วจงใจตัดบทสนทนา
“คุณตำรวจครับ พวกคุณก็ดูห้องต่าง ๆ เกือบครบแล้ว บ้านหลังนี้ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ผมอยู่คนเดียวมาตลอดจริง ๆ คงหาเบาะแสเกี่ยวกับการหายตัวไปของพ่อแม่ผมไม่ได้หรอกครับ”
รอยยิ้มจาง ๆ ยังคงอยู่บนใบหน้าถังกั่ว เธอจงใจคล้อยตามคำพูดของเขาและถอยให้หนึ่งก้าว ไม่ซักไซ้เรื่องห้องคอมพิวเตอร์ต่อ “ไม่เป็นไรค่ะ เราแค่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุตามขั้นตอนเท่านั้น อ้อ แล้ววันที่เกิดเหตุ 13 สิงหาคม คุณอยู่ที่ไหน สะดวกเล่าคร่าว ๆ ไหมว่าวันนั้นไปไหนมาบ้าง”
