เมื่อยืนยันตัวบุคคลเรียบร้อยแล้ว ถังกั่วก็หันหลังเดินออกไปทันที แต่พอนึกขึ้นได้ว่ายังถือรายงานอยู่ในมือ เธอจึงเดินย้อนกลับมาคืนให้ซ่งสิงจื่อ
“ขอบคุณนะ ถ้าปิดคดีได้แล้วจะเลี้ยงข้าว!”
พูดจบก็รีบวิ่งออกไป
ซ่งสิงจื่อก้มหน้าเปิดรายงานในมือ ผลตรวจระบุว่าดีเอ็นเอนี้ตรงกับชายคนหนึ่งชื่อเฉินเจียเหวย
ส่วนเฉินเจียเหวยตอนนี้กำลังเล่นดนตรีประจำอยู่ที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง
ถังกั่วแต่งตัวเสียใหม่ แสร้งทำเป็นลูกค้าแล้วเข้าไปในร้านเหล้าเล็ก ๆ แห่งนี้
คงเพราะเป็นวันทำงาน คนที่มาร้านเหล้าจึงมีไม่มาก มีคนอยู่ประปรายไม่กี่คู่กำลังพลอดรักกัน ส่วนเฉินเจียเหวยอยู่บนเวทีกลางร้าน กำลังเล่นกีตาร์ร้องเพลง
มองไม่ออกเลยว่ามีอะไรผิดปกติ
ชายคนนี้ดูอายุยี่สิบต้น ๆ ผมสีแดงฉูดฉาด แต่งตัวทันสมัย ต่างหูสะท้อนแสงไฟจนวาววับ
ถังกั่วนั่งลงตรงตำแหน่งที่ใกล้เวทีที่สุด สั่งค็อกเทลมาหนึ่งแก้วแล้วจ้องเฉินเจียเหวยไม่วางตา ต่อให้เขาตาบอดก็คงสัมผัสได้ถึงสายตาของเธอ
เฉินเจียเหวยเหลือบมองถังกั่วอย่างไม่ตั้งใจ คล้ายกำลังประเมินว่าเธอสวยหรือไม่ พอแน่ใจว่าเธอสวย ช่วงครึ่งหลังของการแสดงเขาก็เอาแต่จ้องเธอ แถมยังร้องแต่เพลงรักเลี่ยน ๆ ทั้งนั้น
ถังกั่วฟังจนขนลุก เธอพ่นควันบุหรี่ออกมา แล้วก้มหน้ากระดกค็อกเทลจนหมดแก้ว
รสหวานจนขม แถมยังแย่ชะมัด สู้เบียร์ยี่ห้อ “กล้าบุกโลก” ไม่ได้ ถ้ามีถั่วลิสงรสเหล้าสักจานด้วยคงสมบูรณ์แบบ
ตอนนั้นเอง นักร้องประจำร้านก็เปลี่ยนเป็นคนอื่น ถังกั่วกำลังจะลุกไปหาเฉินเจียเหวย ใครจะคิดว่าคนที่เธอกำลังตามหาจะเดินมานั่งตรงข้ามเธอเสียก่อน
