คุณยายเหลือบมองสามี สีหน้าไม่พอใจ พลางโบกมือ “ฉันไม่เชื่อหรอก ตอนเด็กคนนั้นแต่งเข้ามา ฉันยังช่วยจัดงานเลี้ยงให้เลย เธอเป็นคนดี อย่าไปฟังคำพูดเหลวไหลของคนพวกนั้นเลย”
คุณตาเม้มปากเงียบ ราวกับไม่เห็นด้วย แต่ถูกภรรยาคุมอยู่จึงไม่กล้าพูด
ถังกั่วยิ้มกว้าง “เหรอคะ ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”
พูดจบก็เตรียมจะปีนข้ามรั้วต่อไปกับหลินเฟิง คุณยายกลับเดินเข้ามาขวางอีกครั้ง แล้วถามพวกเขาว่า “พวกหนูกำลังตามหาเจ้าอี้เจี้ยนอยู่หรือเปล่า”
ถังกั่วกับหลินเฟิงมองหน้ากัน ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้คุณยาย
คุณยายว่า “ทำไมไม่บอกแต่แรก ฉันมีเบอร์เขา รอเดี๋ยวนะ ฉันโทรหาเขาให้”
ถังกั่วดีใจขึ้นมาทันที รีบก้าวเข้าไปหา “ถ้าติดต่อเขาได้ก็ดีมากเลยค่ะ”
คุณยายเป็นคนมีน้ำใจ พอเห็นว่าตัวเองช่วยคนอื่นได้ก็พลอยดีใจไปด้วย รีบล้วงโทรศัพท์ปุ่มกดเครื่องเก่าออกจากกระเป๋า ค้นหาเบอร์ของเจ้าอี้เจี้ยนแล้วโทรออก
ไม่นานปลายสายก็รับ คุณยายจึงตะโกนเสียงดัง “ฮัลโหล! ใช่เจ้าอี้เจี้ยนหรือเปล่า ฉันป้ากุ้ยจือนะ”
ดูเหมือนปลายสายจะนึกออกแล้วว่าเธอเป็นใคร คุณยายจึงพูดต่อว่า “คืออย่างนี้ ตำรวจมาที่บ้านเธอแล้ว คงเจอเมียเธอแล้วล่ะ รีบกลับมาเร็วเข้า”
ไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไร สีหน้าคุณยายพลันเปลี่ยนไป ก่อนจะสวนกลับอย่างฉุนเฉียว “พูดจาอะไรของเธอ อย่างน้อยนั่นก็เป็นแม่ของลูกเธอนะ เธออยากให้เขาเป็นยังไงกันแน่ เธอ...”
ยังพูดไม่ทันจบ ปลายสายก็วางไปเสียแล้ว
คุณยายโกรธจนหน้าแดง หันไปบ่นกับสามี “ดูเจ้าอี้เจี้ยนสิ ไม่เอาไหนจริง ๆ เมียตัวเองหายไปก็ไม่ตามหา กลับไปหาเมียใหม่ที่ต่างเมืองจนมีลูก พอเรียกให้กลับมาก็ยังไม่ยอมอีก!”
