เฉียวซือหนัวเดินดุ่ม ๆ กลับเข้ามาในห้องทำงาน ถังกั่วเห็นสีหน้าของเธอแล้วก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย
เธอหันไปมองหลินเฟิง “คุณไปทำอะไรให้เธอโกรธหรือ?”
หลินเฟิงรีบโบกมือ “ผมจะกล้าได้ยังไงล่ะครับ?”
พูดพลางยื่นบันทึกคำให้การของชุยจิ้นให้ถังกั่ว พร้อมอธิบายว่า “ชุยจิ้นสารภาพว่าไป่เสี่ยวเจินเป็นคนทารุณและฆ่าชุยอวี่ม่อ ตอนแรกเขาโกหกเพราะอยากปกป้องภรรยา”
สีหน้าของถังกั่วมืดครึ้มราวกับหุบเหวลึก
เธอจ้องบันทึกคำให้การในมือ ก่อนโยนลงบนโต๊ะอย่างเย้ยหยัน
“เขาพูดไหมว่าไป่เสี่ยวเจินเป็นโรคซึมเศร้า อาจคลุ้มคลั่ง แล้วก็ความจำเสื่อม?”
หลินเฟิงพยักหน้าทันที เอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “พี่กั๋วรู้ได้ยังไงครับ ยังไม่ได้อ่านเลยด้วยซ้ำ”
ในที่สุดเธอก็รู้แล้วว่าใครเป็นคนบอกไป่เสี่ยวเจินว่าเธอป่วย
เธอลุกขึ้นเดินไปยังกระดานดำด้านหน้า หยิบชอล์กขึ้นมาเขียนชื่อไป่เสี่ยวเจินลงไป ทางซ้ายเป็นชุยอวี่ม่อผู้เป็นลูกสาว ทางขวาเป็นชุยจิ้นผู้เป็นสามี ด้านบนเป็นพ่อแม่ของไป่เสี่ยวเจิน ส่วนด้านล่างเป็นพ่อแม่สามีของเธอ
คนอื่น ๆ เห็นเธอทำแบบนั้นก็ลุกขึ้นทันที รอดูว่าเธอจะพูดอะไร
ถังกั่วลากลูกศรเชื่อมชื่อทุกชื่อที่อยู่รอบไป่เสี่ยวเจิน โดยลูกศรทั้งหมดชี้ไปที่ไป่เสี่ยวเจิน
“ไป่เสี่ยวเจิน เราสืบพบว่าเธอจบจากเม่ยหยวนกลาง เป็นครูสอนศิลปะ แต่ในบ้านหลังนั้นกลับไม่พบของที่เกี่ยวกับการวาดภาพเลยสักชิ้น ตัวตนของเธอถูกครอบครัวค่อย ๆ ทำลายลงทีละนิด”
ถังกั่วมองกระดานดำอย่างสงบนิ่ง “สามีมองเธอเป็นคนรับใช้ฟรี ๆ พ่อแม่อยากให้เธอเป็นทั้งแม่และลูกสาวที่สมบูรณ์แบบ พ่อแม่สามีมองเธอเป็นเครื่องผลิตทายาท ส่วนลูกสาวก็พึ่งพาเธอราวกับเธอเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง”
