หลังวางสาย พอหันกลับไปก็เห็นซ่งสิงจื่อวางตะกร้าลงแล้ว เขาสวมหน้ากากกับถุงมือที่พกติดกระเป๋ามา ก่อนค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้เต็นท์
ถังกั่วก็อยากเดินเข้าไป แต่ซ่งสิงจื่อยกมือห้าม “คุณอย่าเข้ามา”
ถังกั่วจำต้องยืนอยู่กับที่ ขมวดคิ้วถาม “เป็นยังไงบ้าง”
เขายกมือขึ้น ค่อย ๆ รูดซิปเต็นท์เก่าขาดนั้นออก
เสียงซิปเสียดสีกันดังชัดเจนเป็นพิเศษ ท่ามกลางผืนป่าที่เงียบงัน
ภายในเต็นท์เปิดเผยออกมาอย่างหมดเปลือก
ฝูงแมลงวันมหาศาลพากันบินว่อน เสียงหึ่งดังสนั่นไปทั่ว
ใต้ผ้าใบที่มืดสลัว มีร่างคนขดตัวนอนอยู่
เสื้อผ้ายังอยู่ครบ ท่าทางแข็งทื่อ ผิวหนังเน่าเปื่อยจนกลายเป็นสีเทา มองหน้าตาไม่ออก พอเห็นได้ราง ๆ ว่าเป็นผู้หญิงวัยผู้ใหญ่คนหนึ่ง
ซ่งสิงจื่อขมวดคิ้วแน่น เริ่มตรวจสอบศพในเบื้องต้น
ผู้ตายสวมเสื้อแจ็กเก็ตเดินป่าสีเขียวขี้ม้า กางเกงกับรองเท้าก็สวมเรียบร้อยดี
ตรงมุมเต็นท์ยังมีเป้ปีนเขาใบใหญ่ใบหนึ่ง
ดูแล้วเหมือนนักปีนเขาสมัครเล่นประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
เขานั่งยอง ๆ ข้างเต็นท์ น้ำเสียงเคร่งขรึม “ศพไม่ทราบชื่อ เพศหญิง จากสภาพการเน่าเปื่อย คาดว่าเสียชีวิตมาประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้ว ยังไม่พบบาดแผลที่ทำให้เสียชีวิต”
“ไม่มีร่องรอยบาดเจ็บภายนอกเลยเหรอ”
ซ่งสิงจื่อลุกขึ้น เดินถอยห่างจากเต็นท์พลางถอดถุงมือใส่ถุงขยะ จากนั้นเงยหน้ามองถังกั่วแล้วพยักหน้า
ถังกั่วขมวดคิ้ว “หรือว่าจะเป็นอุบัติเหตุ”
ซ่งสิงจื่อเงยหน้ามองรอบ ๆ แล้วส่ายหน้า “ภูเขาเถาจื่อได้รับการพัฒนาค่อนข้างดี ตอนกลางคืนก็ไม่น่าจะหนาวจนตัวเย็นเกินไป ถ้าหิวก็ยังมีเห็ดกับผลไม้ป่าให้กิน เว้นเสียแต่ว่าผู้ตายจะมีโรคประจำตัว”
