หูเจี้ยนถูกหวังลู่ดึงแขนเสื้อไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยความลังเลและเจ็บปวด สุดท้ายเขาก็หลับตาไม่มองหวังลู่ ก่อนเอ่ยเสียงแหบพร่าออกมาว่า “หลังเขา… ไปทางหวงกั่วผิง”
เมื่อได้คำตอบที่ต้องการแล้ว ถังกั่วก็ไม่พูดอะไรต่อ แววตาเคร่งขรึมขึ้น เธอหันกลับไปสั่งเสียงหนักแน่นว่า “กู้ไค้ นายพาเว่ยรั่วเฟยไปหวงกั่วผิงเดี๋ยวนี้ แจ้งกำลังสนับสนุนให้ปิดล้อมทางเข้าออกของภูเขาลูกนี้กับถนนสายหลัก ห้ามปล่อยให้เธอหนีออกจากเขตป่าไปได้เด็ดขาด”
“รับทราบ!” ทั้งสองขานรับ ก่อนรีบมุ่งหน้าไปยังหวงกั่วผิงทันที
จากนั้นเธอก็หันไปมองซ่งสิงจื่อที่อยู่ข้างกาย น้ำเสียงผ่อนลง แต่ยังคงเคร่งครัด “นายอยู่ที่นี่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ จับคนไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ซือหนัวจะคอยช่วยนาย”
เฉียวซือหนัวพยักหน้า “หมอซ่งวางใจได้ ฉันปกป้องคุณเอง”
ซ่งสิงจื่อขยับปาก อยากบอกว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องให้ใครปกป้อง แต่ท่อนแขนที่ถูกไม้กวาดฟาดเมื่อครู่ยังปวดตุบ ๆ อยู่เล็กน้อย
เขาจึงได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ให้ถังกั่ว “เข้าใจแล้ว ผมจะรีบเก็บหลักฐานให้เร็วที่สุด พวกคุณระวังตัวด้วย”
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ถังกั่วก็ล้วงไฟฉายออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วเปิดสวิตช์ ก่อนหันหลังวิ่งตามไปยังภูเขารกร้างหลังเขาอย่างรวดเร็ว
ด้านหลัง หวังลู่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง น้ำตาไหลรินเงียบ ๆ ส่วนหูเจี้ยนยืนก้มมืออยู่กับที่ เขาพยายามเข้าไปพยุงหวังลู่ แต่ถูกเธอผลักออก
“ทั้งหมดเป็นเพราะแก! ทั้งหมดเป็นเพราะแก!”
——
เส้นทางบนภูเขามีก้อนหินกระจัดกระจาย วัชพืชขึ้นรก ดินเปียกลื่นชุ่มน้ำค้างยามค่ำคืน ย่ำลงไปแต่ละครั้งก็ลื่นจนเดินลำบาก
