ไป๋จือจือก้าวเข้าไปทีละก้าว
กลีบดอกไม้ใต้พื้นรองเท้าแตะของเธอส่งเสียงแผ่วเบานุ่มนวล
ส่วนชายที่บอกว่าปวดท้อง บอกว่าจะไปห้องน้ำ บอกว่า ‘เดี๋ยวก็เสร็จ เดี๋ยวก็กลับมา’ ยืนอยู่กลางห้องรับแขก
กู้หมิงยืนอยู่ตรงนั้น
เขาเปลี่ยนจากชุดลำลองมาสวมชุดสูทสีดำ
สูทสีดำพอดีตัว ตัดเย็บประณีต เนื้อผ้าสะท้อนประกายวาววับอย่างสุขุมใต้แสงเทียน
เสื้อเชิ้ตสีขาว เนกไทสีดำ
เนกไทผูกไว้อย่างเป็นทางการ เรียบร้อย และไร้ที่ติ
ร่างสูงยืนอยู่ตรงนั้น ไหล่กว้างเอวสอบ ขอบร่างถูกแสงเทียนย้อมเป็นสีอบอุ่น ใบหน้าหล่อเหลาเกินใครส่องสว่างสลัว ๆ อยู่ท่ามกลางเปลวไฟที่วูบไหว ไฝน้ำตาที่หางตาราวกับมีใครแต้มชาดไว้จุดหนึ่ง
หล่อจนเกินบรรยาย
หล่อจนเหมือนไม่ใช่คนจริง ๆ
ไป๋จือจือยืนอยู่ตรงหน้ากู้หมิง เงยหน้ามองเขา ในดวงตากลมรีสะท้อนเปลวเทียนที่เต้นระริกสองดวง
หัวใจเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมาจากลำคอ
มุมปากของเธอค่อย ๆ ยกขึ้นนิดหนึ่ง
เสียงหวานนุ่มเจือความคาดหวังและสั่นไหวโดยที่ตัวเธอเองก็ไม่ทันรู้สึกตัว “กู้หมิง คุณคงไม่ได้...คิดจะขอฉันแต่งงานหรอกนะ?”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง
กู้หมิงก็ขยับตัว
เขาค่อย ๆ ยกชายเสื้อสูทขึ้นข้างหนึ่ง งอเข่าขวา แล้วคุกเข่าข้างเดียวลงกับพื้น
มือขวาล้วงกล่องกำมะหยี่สีแดงใบเล็กทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสจากกระเป๋าด้านในเสื้อสูท ก่อนประคองไว้ด้วยสองมือแล้วเปิดออกตรงหน้าเธอ
