เซิ่งเยโจวมองไป๋จือจือนั่งเรียบร้อยแล้ว มุมปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
เขาวางโทรศัพท์ลงบนคอนโซลกลาง หน้าจอสว่างวาบขึ้นมา แบตเตอรี่เหลือ 78%!
ไป๋จือจือกัดฟันกรอด นี่น่ะหรือที่เรียกว่า ‘แบตเหลือไม่เท่าไร’???
รถเคลื่อนออกตัว ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศพรูออกมา เซิ่งเยโจวเอื้อมมือไปปรับทิศทางช่องแอร์ตามความเคยชิน ลดแรงลมฝั่งที่เป่าตรงหน้าไป๋จือจือลงสองระดับ
ภายในรถเงียบเกินไปหน่อย
แนวต้นไม้สองข้างทางบนถนนไปสนามบินเคลื่อนถอยหลังอย่างรวดเร็ว
ไป๋จือจือมองออกไปนอกหน้าต่าง แสร้งทำเป็นชมวิว ทั้งที่ในใจกลุ้มแทบตาย
เซิ่งเยโจวไม่ได้แวะเข้าห้องน้ำตามเนื้อเรื่องเดิม ไป๋ทิงเหนียนก็ไม่ได้มาสนามบินตามเนื้อเรื่องเดิม เป่าเป่าก็ออฟไลน์ ติดต่อไม่ได้อีก...
ตอนนี้เธอต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างแท้จริง ไม่มีแม้แต่ตัวช่วยสักอย่าง ให้ตายสิ!
ช่างเถอะ ตั้งสติไว้ รักษาภาพลักษณ์สาวหวานบริสุทธิ์ว่าง่ายเอาไว้ก่อน แล้วค่อยหาทางดูว่าเนื้อเรื่องคลาดเคลื่อนไปมากแค่ไหน...
จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นลั่น
ไป๋จือจือสะดุ้ง รีบหันไปมองที่วางโทรศัพท์ในรถ เป็นโทรศัพท์ของเธอเอง หน้าจอแสดงคำว่า ‘พี่ชายแท้ ๆ’
เธอเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมารับสาย “ฮัลโหล? พี่ชายเหรอ?”
“น้องสาวคนสวยของพี่...” เสียงดังลั่นของไป๋ทิงเหนียนดังออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ ไป๋จือจือรู้สึกราวกับทั้งตัวถูกสั่นสะเทือน “ขึ้นรถแล้วใช่ไหม? พี่ต้องเดินทางไปทำงานกะทันหัน เลยไปรับไม่ได้ แม่กับพี่สะใภ้รองนัดกันไปเที่ยวต่างประเทศแล้ว ช่วงสองสามวันนี้ถ้ามีธุระอะไรอยู่บ้าน ก็ไปหาพี่เซิ่งที่มารับวันนี้นะ อ้อ กลับถึงบ้านแล้วอย่าลืมขอช่องทางติดต่อเขาก่อนล่ะ เข้าหาคนหน่อยสิ น้องสาวคนสวยของพี่มีอะไรต้องกลัว เขาไม่กินเธอหรอก...”
