นานจนเสี่ยวเฉินนึกว่าสัญญาณขาดไปแล้ว ถึงได้ยินผู้จัดการโจวสูดหายใจเฮือก “คุณแน่ใจนะ?”
เสี่ยวเฉินมองหญิงสาวตัวเล็กที่เพิ่งลงจากเบาะข้างคนขับ ผมรวบหางม้าต่ำ ก่อนพยักหน้าอย่างหนักแน่น “แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ!”
ในห้องทำงานของผู้จัดการบนชั้นหนึ่งของเรือสำราญ ผู้จัดการโจวเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ หัวเข่ากระแทกมุมโต๊ะจนเจ็บหน้าเบ้ แต่ไม่มีเวลายกมือขึ้นคลึง เขาคว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมาตะโกนทันที “ชั้นสาม! ทุกคนไปชั้นสาม! เช็ดโต๊ะสามรอบ ถูพื้นสองรอบ เปลี่ยนเบาะนั่งใหม่ทั้งหมด เช็ดหน้าต่างให้ใสจนเห็นเงาคน! เปลี่ยนชุดเครื่องถ้วยเป็นชุดใหม่ของเตาเฝย!”
“ห้องครัว! เหล่าหวง! วันนี้ห้ามใครพักกลางวันทั้งนั้น เตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา!”
หลังตะโกนเสร็จ ผู้จัดการโจวก็หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนรีบมุ่งหน้าไปยังท่าเรือขึ้นเรือ
เขาทำงานในวงการนี้มาสิบกว่าปี พบเห็นบุคคลสำคัญมานับไม่ถ้วน แต่มีเพียงคุณชายใหญ่แห่งตระกูลเซิ่งคนนี้ ที่มาทีไรก็ทำเอาเขาแทบหมดแรงทุกครั้ง
ใคร ๆ ในแวดวงเซียงลี่ต่างรู้ว่า ทายาทคนเดียวของตระกูลเซิ่งหล่อราวกับเดินออกมาจากภาพวาด ผิวพรรณผุดผ่อง ริมฝีปากแดง ฟันขาว สวมแว่นกรอบลวดสีทอง เวลาพูดก็เนิบช้าอยู่เสมอ ส่วนเวลายิ้มก็ชวนให้รู้สึกอบอุ่นราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ
แต่ในแวดวงเซียงลี่ก็มีใครบ้างไม่รู้ว่า ลึก ๆ แล้วคุณชายคนนี้ทั้งเจ้าเล่ห์และโหดเหี้ยม วิธีการจัดการคนของเขาร้ายกาจจนทำให้คนต้องฝันร้ายทุกคืน แถมยังจู้จี้เรื่องอาหารการกินอย่างที่สุด
นี่มันไม่ใช่คุณชายผู้ดีที่ไหน นี่มันยมราชแห่งเซียงลี่ชัด ๆ!
