ขมับของหลินเนี่ยนเนี่ยนเต้นตุบ ๆ
หนึ่งครั้ง
สองครั้ง
ยิ่งเต้นก็ยิ่งเร็วขึ้น
เธอกัดฟันแน่นจนฟันบนและฟันล่างขบกัน กล้ามเนื้อกรามเริ่มปวดตึงขึ้นมาราง ๆ
ซูฉิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สังเกตเห็นความผิดปกติของหลินเนี่ยนเนี่ยนก่อนใคร
ซูฉิงหันไปมองตามสายตาของหลินเนี่ยนเนี่ยน
แล้วเธอก็เห็นเช่นกัน
ฟู่เสวี่ยเยี่ยนสวมเสื้อโค้ตสีดำกับเสื้อคอเต่าสีดำ ทั้งตัวราวกับรูปสลักที่ถูกสกัดออกมาจากน้ำแข็ง เย็นชา คมกริบ และไม่แยแสผู้ใด
ข้างกายเขามีไป๋จือจือสวมเดรสสีชมพูอ่อน ในอ้อมแขนกอดถังป๊อปคอร์นไว้ ทั้งตัวแนบชิดกับต้นแขนของฟู่เสวี่ยเยี่ยน บนใบหน้าประดับรอยยิ้มหวานเลี่ยน
ซูฉิงขมวดคิ้ว
เธอมองใบหน้าซีดเผือดของหลินเนี่ยนเนี่ยน ก่อนจะหันไปมองคนทั้งสองที่อยู่อีกฟากของทางเดิน
ซูฉิงไม่พูดพร่ำทำเพลง ดึงหลินเนี่ยนเนี่ยนเดินตรงไปหาพวกเขาทันที
รองเท้าบูตส้นสูงกระทบพื้นเป็นจังหวะรวดเร็วและหนักแน่น
เธอหยุดห่างจากไป๋จือจือกับฟู่เสวี่ยเยี่ยนราวสามก้าว เชิดคางขึ้นเล็กน้อย มุมปากคว่ำลง แล้วกวาดตามองไป๋จือจือด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์และดูแคลน
“พี่เยี่ยน ทำไมพี่ถึงมาดูหนังกับเธอได้ล่ะ?”
น้ำเสียงของซูฉิงเต็มไปด้วยคำถามตำหนิและความไม่เป็นมิตรอย่างไม่ปิดบัง
“พี่รู้ไหมว่าเนี่ยนเนี่ยนชวนพี่มาดูหนังแล้วโดนปฏิเสธไปกี่ครั้ง? แต่ตอนนี้พี่กลับมาดูหนังกับคนนอกที่อาศัยอยู่ในบ้านพี่เนี่ยนะ?”
คำว่า ‘คนนอก’ ถูกซูฉิงเน้นเสียงหนักเป็นพิเศษ
ราวกับก้อนหินสองก้อนกระแทกลงบนพื้น
