ไป๋จือจือลูบท้ายทอยตรงที่ถูกดีดเมื่อครู่ พลางแอบยิ้มแล้วหันกลับไปมองฟู่เสวี่ยเยี่ยน
“ถ้าอย่างนั้น...พี่ชายสอนฉันได้ไหม?”
ฝีเท้าของฟู่เสวี่ยเยี่ยนหยุดชะงักไปหนึ่งวินาที
ดวงตาสีอำพันทอดมองเธอลงมาจากใต้ปอยผมหน้าผาก มุมปากยกขึ้นเพียงน้อยนิด ไม่ถึงกับเป็นรอยยิ้ม แต่เป็นความผ่อนคลายที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง ‘ช่างเถอะ’ กับ ‘ก็ได้’
“สอนก็ได้ แต่ถ้าฟังไปฟังมาแล้วหลับ...”
ฟู่เสวี่ยเยี่ยนไม่ได้พูดต่อ ปล่อยให้ครึ่งประโยคที่เหลือค้างอยู่กลางอากาศ
ประโยคที่ยังไม่จบนั้นคล้ายเส้นด้าย ปลายด้านหนึ่งเกี่ยวอยู่ตรงริมฝีปากของเขา ส่วนอีกด้านตวัดเกี่ยวความอยากรู้อยากเห็นของไป๋จือจือเอาไว้
“ฉันไม่หลับหรอก!” ไป๋จือจือรีบยกมือรับรอง สีหน้าจริงจังจนดูน่ารัก “ฉันจะตั้งใจฟังให้ดีเลย!”
ฟู่เสวี่ยเยี่ยนมองมือเล็ก ๆ ที่เธอยกขึ้น นิ้วทั้งห้าเรียงชิดกันอย่างเป็นระเบียบ ฝ่ามือหันเข้าหาเขา
เขาเบือนสายตาแล้วเดินต่อ
แต่ปลายหูของเขากลับแดงขึ้นอีกนิดท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายในทางเดิน
หลังเลิกเรียน
แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านหน้าต่างห้องเรียน ฉาบโต๊ะเรียนทั้งแถวให้กลายเป็นสีทองอมส้ม
ในห้องเรียนเหลือนักเรียนที่อยู่ทบทวนบทเรียนเพียงไม่กี่คน
ไป๋จือจือนั่งอยู่แถวหน้า เบื้องหน้าคือข้อสอบคณิตศาสตร์ประจำเดือน กระดาษที่ได้ 93 คะแนนดูยับเยินไปหมด
เธอกำลังรอฟู่เสวี่ยเยี่ยนกลับมาจากเล่นบาสเกตบอล
ราวยี่สิบนาทีต่อมา ประตูหลังห้องเรียนก็ถูกผลักเปิด
กลิ่นไอร้อนหลังออกกำลังกายกับกลิ่นเหงื่อจาง ๆ ลอยเข้ามาด้วย
ฟู่เสวี่ยเยี่ยนเดินเข้ามา แขนเสื้อเชิ้ตยังพับขึ้นอยู่ หยาดเหงื่อสองสามเม็ดที่ยังไม่แห้งสนิทบนท่อนแขนส่องประกายอยู่ในแสงอาทิตย์ยามอัสดง
