ท่ามกลางเสียงสะอื้นของพี่ฮู่
ชายฉกรรจ์หกคน น้ำหนักตัวละร้อยแปดสิบชั่ง พากันทับซ้อนกันบนตัวเขาเป็นลูกบอลมนุษย์
ชายทับชาย แล้วก็ทับชายอีก ทับต่อไป...
“โอ๊ย!”
“เฟิง...พี่เฟิง...ข้าผิดไปแล้ว!..ผิดไปแล้ว!”
“จะ...จะตาย..ตายแล้วนะ!”
ผู้คนรอบข้างต่างชี้ไม้ชี้มือ ซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์
บางคนมาจากต่างถิ่น ยังไม่รู้ว่าพวกนักเลงที่มีคนเยอะกว่า ทำไมถึงกลัวคนแค่คนเดียว
“น้องชาย เจ้ามาจากต่างถิ่นสินะ! ฮ่าๆ!”
“อย่ามองว่าพี่ฮู่ในหมู่บ้านนี้ทำตัวเป็นทรราช เอาแต่ทำเรื่องชั่วช้าทั้งวัน!”
“แต่เทียบกับท่านผู้นี้แล้ว นั่นมันขี้ประติ๋วไปเลย ความชั่วร้ายต่างกันราวฟ้ากับดิน”
“เขาชื่อหลินเฟิง ราชาคนพาลประจำทั่วทุกหมู่บ้าน!”
“สามครั้งที่สู้กับร้อยคนได้ ต่อยชายฉกรรจ์ร้อยคนจนหัวซุกหัวซุน”
“นั่นสู้มาจริงๆ ผ่านศึกโหดมาแล้ว”
“ต่อให้มีพี่ฮู่สิบคน ก็ต้องกลายเป็นแมวขี้โรค”
“เหี้ยมขนาดนี้? ชั่วขนาดนี้!”
“ก็ชั่วขนาดนี้แหละ!”
“แต่ว่า ช่วงนี้ดูเหมือนจะไม่ออกมาก่อเรื่องแล้ว ได้ยินว่าไปแย่งเมียมา!”
“แล้วยังเลือกแต่คนสวยๆ!”
“ชิบหาย! นี่มันแบบอย่างของพวกข้าเลยนะ!”
......
หลินชิงเสียมองดูหลินเฟิงที่กำลังจัดการพี่ฮู่ สีหน้าค่อนข้างซับซ้อน
ทั้งอับอายที่ถูกดูหมิ่น ทั้งรู้สึกสะใจแถมยังมีความกังวลอยู่เล็กน้อย
ผิดกับเด็กหญิงสองคนในอ้อมกอดของนาง ที่ดวงตาเป็นประกาย จ้องมองแผ่นหลังของหลินเฟิงอย่างไม่กะพริบตา
ฝ่ายซูชิวซินกลับรู้สึกแปลกใหม่ไม่น้อย ถึงนางจะเคยเห็นด้านที่ดุดัน เจ้าเล่ห์ และสารเลวของหลินเฟิง
แล้วยังเคยเห็นด้านที่ชอบฉวยโอกาสเล็กๆ น้อยๆ จากนาง มีใจคิดชั่วแต่ไม่กล้าทำจริง
