ระหว่างทางเดินมา หลินเฟิงก็คิดตกแล้ว
เมื่อข้ามภพมาแล้ว ก็ปล่อยไปตามชะตา แถมยังต้องขอบคุณฟ้าดินที่ให้โอกาส
มีทั้งความทรงจำที่ชัดเจนล่วงหน้าเกือบ 50 ปี แล้วยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งจนน่าตกใจ จะทำอะไรก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขไปจนแก่เฒ่าได้
หลินเฟิงคนนี้ หาใช่หลินเฟิงคนเก่าอีกต่อไป ตัวเขาเองก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้
แต่ว่าเขาติดเงินหลินต้าซานสิบใบต้าถวนเจี๋ย เต็ม ๆ 100 หยวนเชียวนะ ต้องใช้คืน!
ปี 81 ในหมู่บ้านห่างไกลแสนกันดาร นับเป็นเงินก้อนไม่น้อยเลยทีเดียว
ไหน ๆ จะกลับตัวกลับใจแล้ว ยังไงก็ต้องเอาเงินไปคืน
ตานี่ ที่เขามา ก็แค่อยากเอาสินสอดคืน
จะเอาเมียหรือไม่เอา รอให้ตัวเองรวยแล้ว ค่อยลงใต้หรือไปฮ่องกง เลี้ยงดาราสาว ๆ สักสองสามคนคงดีกว่า!
ทันทีที่ได้ยินเสียงหลินเฟิง ซูต้าเฉียงซึ่งยังนั่งตัวอ่อนอยู่กับพื้นก็เด้งตัวลุกขึ้นทันที
พูดพล่ามออกมาอย่างลนลานว่า “หลิน... หลินลูกเขย!”
หลินเฟิงเมิน ซูชุนฮวา และ ฉินเจี้ยนเซ่อ ที่ยังแกล้งตายอยู่ใต้บานประตู ก้าวเท้าเดินเข้าลานบ้าน
“เฮ้ย! หยุดก่อน! อย่ามาเรียกมั่ว ๆ นะ ข้ายังไม่มีคู่ จะมาทำลายชื่อเสียงข้าไม่ได้!”
เวลานี้เอง หน้ารั้วไม้ไผ่ล้อมนอกลานบ้าน เริ่มมีคนมามุงดูหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้น
“เอ็งว่าหลินเฟิงจะจัดการซูต้าเฉียงยังไง”
“ซูเซี่ยเหอของบ้านเขาก็ใช่ย่อย ให้ยานอนหลับพ่อตัวเอง หนีไปอย่างไม่ลังเล!”
“เงินที่ซูต้าเฉียงพ่อของนางซ่อนไว้ ก็ถูกกวาดเรียบ ไม่เหลือแม้แต่น้อย”
“นี่คนก็หนี สินสอดก็หาย หลินเฟิงมันจะไม่บ้าคลั่งได้ยังไง!”
“เป็นข้า ข้าก็หนี แถวนี้สิบหมู่บ้านแปดตำบล ใครกล้าแต่งกับไอ้บ้าหลิน ไม่ถูกมันทุบตีตายก็ดีเท่าไหร่แล้ว”
“ต่อให้ไม่ถูกตีตาย ก็คงถูกปล่อยให้อดตาย ได้ยินว่าบ้านมันหลังคารั่ว หน้าหนาวก็น่าหนาวตาย”
“ข้าว่านะ คงต้องหักขาคนตระกูลซูแน่”
“ข้าว่านะ! ครอบครัวนี้คงถูกบีบจนเป็นบ้า ไม่รอดข้ามปีแน่!”
“เฮ้ย บ้านซูมีสามพี่น้องนะ ซูชุนฮวา ซูเซี่ยเหอ ซูชิวซิน! สามน้องสาวได้ยินว่าก็ 18 แล้วนะ!”
“แต่ไอ้เฟิงมันจะแต่งกับซูเซี่ยเหอลูกสาวคนรอง! รูปงามนัก เจ้ากล้าเอาคนที่สามไปแทนรึ??”
“โอ๊ย เจ้าคิดดีอะไรกัน! ซูชิวซินข้ายังแทบไม่เคยเห็นหน้า ได้ยินว่าเป็นวัณโรค!”
“ถูกขังไว้ในถ้ำหลังเขา หลายปีเข้าให้แล้ว จะตายมิดายแหล่ก็ไม่รู้”
“ก็เพราะอย่างนี้แหละ ใครในหมู่บ้านเรากล้าไปหลังเขา วัณโรคมันติดต่อได้นะ ติดแล้วตาย!”
“บ้านซูกล้าเอาซูชิวซินมาแทน คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!”
“ข้าน่ะอยากนะ ให้มันติดโรค ไอ้ตัวกาฝากหลินเฟิงตาย ๆ ไปเสีย มันปล้นแม่ไก่แก่บ้านข้าไปตั้ง 8 ตัว!”
“แกะบ้านข้า...”
“กระทะบ้านข้า...”
“ลูกสาวข้า...”
“แม่เฒ่าข้า...”
“ย่าทวดข้า...”
...
ในที่สุด คนทั้งหมู่บ้านก็แห่มามุงดูกันจนแน่นขนัด ล้อมกันน้ำไม่รั่วไก่ไม่กรีด
เสียงซุบซิบวิจารณ์ดังขึ้นระงม ปลดปล่อยสันดานดิบออกมา
ประสาทสัมผัสของหลินเฟิงดูจะถูกเร่งให้คมชัดขึ้นมาก เสียงนินทาลับหลังเขากลับได้ยินแจ่มแจ้งทุกถ้อยคำ
หลินเฟิงได้แต่อุทานในใจ เอาล่ะสิ! ไอ้ร่างเดิมนี่มันหายนะพันปีอะไรกันแน่ เน่าเหม็นชวนคลื่นไส้ ไร้มนุษยธรรมโดยสิ้นเชิง!
พอฟังเรื่องเลวทรามพวกนั้นด้วยตัวเอง ท้ายทอยก็พลันเย็นวาบ อยากจะกำจัดตัวเองให้สิ้นซาก
ต้องแก้! ต้องกลับตัวกลับใจเด็ดขาด! ไม่งั้นสักวันต้องโดนใครแอบตบหัวแหกตายแน่
เห็นหลินเฟิงเหม่อ หลินต้าซานที่เดินตามหลังก็เร่งร้อนเอ่ยขึ้น
“หลินเฟิง เงิน! เงินสินสอด! ทวงเงิน!”
ได้สติจากคำท้วงของหลินต้าซาน หลินเฟิงเงยหน้าขึ้น มองซูต้าเฉียงที่สีหน้าทั้งงุนงงและประจบประแจง
“เอ่อ... ท่านซู... ซูเซี่ยเหอ หนีไปแล้วใช่ไหม!”
ถึงน้ำเสียงของหลินเฟิงจะราบเรียบ สีหน้าของซูต้าเฉียงกับซูตงเป่าลูกชายก็ตึงเครียดขึ้นทันที
“คือว่า... คือว่า... ไปต่างถิ่น... ใช่ ๆ ไปเยี่ยม... ไปเยี่ยมญาติ! อีกไม่นาน...”
คำพูดแก้เก้อของซูต้าเฉียงยังไม่ทันจบ หลินต้าซานก็อดกลั้นไม่ไหว ตวาดเสียงเขียวหน้าแดง
“แกตอแหล! ไปเยี่ยมญาติ ต่างถิ่นบ้าอะไร!”
“พรุ่งนี้ก็วันแต่งงานแล้ว ให้ตายสิ คิดว่าเราโง่หรือไง!”
“หนีก็คือหนี คืนเงิน! เอาสินสอดคืนมานะ!”
“ไม่งั้นข้าหักขาหมานพวกแก!”
ซูต้าเฉียงกับซูตงเป่ายิ่งรู้สึกผิดจนลนลาน ตัวสั่นงันงก ก้มหัว ไม่กล้าแม้แต่จะมองหลินเฟิง
หลินเฟิงหันไปมองหลินต้าซานที่ทั้งตื่นเต้นและทำเป็นจองหอง จะขนาดนั้นเลยหรือ?
หลินเฟิงตั้งใจจะเป็นคนดีนะ จะทำอะไรพร่ำเพรื่อหักขาหักพังใครได้
ดังนั้น หลินเฟิงจึงพยายามเอ่ยอย่างนุ่มนวลที่สุด
“ฮ่า ๆ อาซู ท่านอย่าไปฟังท่านอารองพูดเพ้อเจ้อ พวกเราสองคนแค่มาดูสถานการณ์”
“คนหนีไป ไม่เป็นไร เงินหาย ก็ไม่เป็นไร!”
“คนก็ค่อย ๆ ตามหาไป เด็กสาวคนเดียวอยู่ข้างนอกมันอันตรายนะ ถึงตอนนั้น อย่าให้ใครหลอกใครทำร้ายเข้า จนหาศพไม่เจอก็แล้วกัน!”
“เงินก็ค่อยผ่อนใช้ไป ช้าได้ ข้ายังไงก็รู้ว่าพวกท่านอยู่ที่นี่ เงินก็ไม่มาก พวกท่านยังมีชีวิตเหลืออีกหลายสิบปี ยังไงก็ทวงคืนได้ ไม่รีบหรอก!”
“ตั้งแต่วันนี้ไป หลินเฟิงข้า จะเป็นคนดี...”
ได้ฟังประโยคสุดท้าย ซูต้าเฉียงกับซูตงเป่าน่องขาเกร็งแข็ง คุกเข่าลงกับพื้นทันที
น้ำตาแทบร่วง
ฉินเจี้ยนเซ่อกับซูชุนฮวาชะงักท่าทางลุก กลับแอบหมอบนิ่งอยู่ใต้บานประตูต่อ
ศพอะไร? รู้ว่าอยู่ที่ไหนหรือ? คนดีอะไร??
น้ำเสียงอ่อนโยนนี่มันหมายจะฆ่าล้างบ้านชัด ๆ!
คนรอบข้าง พอได้ยินหลินเฟิงจะเป็นคนดี ก็พากันเอนหลังสูดลมเย็นเฮือกใหญ่ ส่ายหัวถอนใจ
กลับกลอก แน่นอนมันกลับกลอก! บ้านซู... ซวยแล้ว!
“บรรพบุรุษหลิน พวกเราผิดไปแล้ว ท่านจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะ ชีวิตคนแก่จัญไรนี่ ท่านเอาไปเถอะ ปล่อยตงเป่าของข้าไป!!”
“พ่อ! ขอตายกับพ่อด้วย อึกอึก! แต่ข้ายังไม่ได้มีเมีย! ยังสืบสกุลด้วย!”
“เพราะพี่รองแท้ ๆ ทั้งบ้านต้องตายหมดแล้ว!”
...
มอง ซูต้าเฉียงกับซูตงเป่าร่ำไห้กอดกัน หลินเฟิงก็เกาหัวอย่างงง ๆ
“นี่มันอะไรกัน? ข้าก็ไม่ได้พูดอะไรหยาบคายนะ! ไม่ได้บังคับพวกเขาสักหน่อย!”
“ให้ตายสิ! ข้าจะเป็นคนดี นี่มันผิดรึไง??”
หลินเฟิงหันไปมองหลินต้าซาน งุนงงสุดขีด
ส่วนหลินต้าซานในตอนนั้น กลับมีสีหน้าเหลือจะทนดู
“หลินเฟิง! เงิน... เงินข้าไม่เอาแล้ว! ปล่อย... ปล่อยครอบครัวพวกเขาไปเถอะ!”
“ให้ตาย!” หลินเฟิงโมโหขึ้นมาทันที พูดจริงไม่มีใครเชื่อสินะ!
ดังนั้นหลินเฟิงจึงขึงตา สีหน้าเข้มงวดขึ้นมา บรรยากาศดุดันป่าเถื่อนพวยพุ่ง ตวาดใส่ซูต้าเฉียงพ่อลูกอย่างดุเดือด
“สิบวัน! ไม่ส่งคนมา ก็คืนเงิน ไม่งั้นข้าจะหักขาพวกแก!”
ซูต้าเฉียงกับซูตงเป่าหยุดร้องไห้ทันที แถมยังเผยรอยยิ้มออกมาด้วย!
ผู้คนที่มามุงรอบข้างก็โล่งอกเฮือกใหญ่เหมือนกัน กลับเป็นปกติ เสียงอื้ออึงคึกคักดังขึ้นอีกครั้ง
หลินต้าซานก็พยักหน้าแรง ๆ ด้วยความปีติยินดี ราวกับรอดตายมาอย่างฉิวเฉียด
หลินเฟิงนั้นทั้งเหนื่อยใจ เป็นคนดีนี่... แม่งโคตรยากเลย!
“สิบวัน ดี! ดี! ข้าจะตามตัวเซี่ยเหอกลับมาให้ได้ ส่งไปที่บ้านท่าน!”
ขณะที่ตาเฒ่าซูต้าเฉียงกำลังดีใจยกใหญ่ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา แผ่วเบาแต่น่าฟัง
“พ่อ แค่ก ๆ! เราใช้เงินคืน เอาพี่รอง... แค่ก ๆ! ไปลงหลุมไฟไม่ได้นะ!”