หมู่บ้านเซินซานมีครัวเรือนอยู่สามร้อยกว่าครัว รวมผู้คนพันกว่าคน นับเป็นหมู่บ้านขนาดกลางถึงเล็ก
มีภูเขาลูกใหญ่กว้างไกลเป็นฉากหลัง อุดมด้วยยาสมุนไพรและสัตว์ป่านับไม่ถ้วน ทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์
แม่น้ำเสี่ยวชิงกว้างยี่สิบกว่าเมตรไหลผ่านทางทิศใต้ของหมู่บ้าน
ข้ามแม่น้ำไปทางตะวันออกเฉียงใต้ เดินไปตามทางภูเขาครึ่งวันก็ถึงอำเภอหลินเจียง
เดินเลาะจากทิศตะวันตกของหมู่บ้านไปประมาณสองชั่วโมงก็ถึงหมู่บ้านซู
บนทางภูเขา หลินเฟิงเดินเอื่อยเฉื่อยไปข้างหน้า หลินต้าซานเดินตามหลังมา ลนลานราวกับมดบนกระทะร้อน
"หลินเฟิง เราเร็วหน่อยเถอะ! ถ้าไปช้าเมียแกหนีแน่!"
"แต่แรกแกบอกไว้แล้วนะ ว่าแต่งเมียมาแล้วจะให้นางทำงานใช้หนี้ข้าคืน"
"เงินตั้งมากมายนี่ ข้าเก็บหอมรอมริบมาอย่างยากเย็น เป็นเงินแต่งเมียให้น้องชายแกนะ!!"
หลินเฟิงไม่สะทกสะท้าน ยังคงเดินข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน ชำเลืองมองหลินต้าซานด้านหลัง
"อารอง ท่านว่า ด้วยชื่อเสียงย่ำแย่ของข้า กว่าข่าวจะไปถึงหมู่บ้านข้าจากหมู่บ้านซูน่ะ ใช้เวลานานแค่ไหน"
หลินต้าซานขมวดคิ้ว เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่านานแค่ไหน เขารู้แต่ว่าเงินของเขากำลังจะจมหายไปอย่างไร้ค่า
อีกอย่าง ด้วยชื่อเสียงอย่างคนหายนะของแก ใครจะยอมส่งข่าวให้แกกัน?!
"ไ...ไม่รู้!"
หลินเฟิงส่ายหน้า ชาวบ้านยุค 80 สมองช้า ความรู้ก็ต่ำ
โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกซื่อๆ ทึ่มๆ แถมไม่ค่อยฉลาด
"ใครจะว่างบ้าเดินสามชั่วโมงมาส่งข่าวนี้ที่หมู่บ้านเรา!"
"ท่านคงได้ยินจากหลินเอ้อโกว่ในหมู่บ้านสินะ! เขาเป็นพ่อค้าเร่ ทุกสองวันไปร้านค้าสหกรณ์ในอำเภอที"
"คงบังเอิญไปเจอคนหมู่บ้านซู"
"โชคดีหน่อย เมียถูกๆ ของข้านางหนีไปเมื่อวาน ถ้าเคราะห์ร้าย นางหนีไปสามวันแล้ว"
"ยังไงตอนนี้ไป ก็คงไม่เห็นแม้แต่เงาขนสักเส้น"
หลินต้าซานได้ยินดังนั้นก็ร้อนใจขึ้นมาจริงๆ หน้าแดงก่ำ อยากจะร้องไห้ตายเสียให้ได้
"แล้วจะทำยังไงล่ะนี่!"
"นั่นมันเงินที่ข้าอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบ ค่าเล่าเรียนของน้องแกนะ ข้าจะให้แกชด..."
หลินต้าซานจ้องตาคล้ายวัว มองไปที่ใบหน้าด้านข้างอันหล่อเหลาคมคายดั่งสลักด้วยมีดและขวานของหลินเฟิง
"ฮะ! เมื่อกี้ไม่ใช่บอกว่าเงินแต่งเมียเหรอ?"
หลินเฟิงหัวเราะฮะเบาๆ ปรายหางตา ยกมุมปาก ใบหน้าหล่อคมเผยรอยยิ้มเหยียดหยันแบบคนไม่ยี่หระ
หลินต้าซานกลืนคำพูดลงคอทันที สีหน้ายิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก
ไอ้ชาติชั่วคนนี้มันคือปิศาจตัวร้ายไม่เจือจาง จะให้มันชดใช้เงินคืน ก็ไม่ต่างอะไรกับนิทานก่อนนอน
"อารองอย่ากลัว เงิน ข้าคืนให้แน่"
"ไ...ไม่ต้องแล้ว!" หลินต้าซานพูดอย่างยากเย็น น้ำตาเริ่มคลอ
"อารอง ดูท่านสิ กลับไม่เชื่อใจหลานชายผู้น่ารักของท่าน ตอนนี้ข้าไม่ใช่ข้าคนเดิมแล้วนะ!"
"ตั้งแต่เมื่อครู่ ข้าเปลี่ยนเป็นคนดีแล้ว! ข้าเป็นคนดี!"
หลินเฟิงพูดพลางโอบไหล่หลินต้าซาน เผยฟันขาวพร่างพราย
"จากนี้ไป ข้าจะเป็นลูกผู้ชายใจดี ซื่อตรง ขยัน กตัญญู จริงใจ มองโลกแง่ดี... ผ่าฟืนเลี้ยงม้า ดอกไม้ผลิบานฤดูใบไม้ผลิ!"
"อารอง เชื่อข้าไหม!"
ถ้าแขนของหลินเฟิงไม่ได้พาดอยู่บนบ่า หลินต้าซานคงหันหลังเผ่นแน่บแน่
หลายปีมานี่! ทั้งหมู่บ้านลงความเห็นว่า เชื่อแม่หมูปีนต้นไม้ได้ ดีกว่าเชื่อคำเพ้อเจ้อของไอ้เวรนี่
เวลาที่ไอ้หมอนี่พูดจาดีๆ นั่นแหละ จุดเริ่มต้นหายนะ ไม่ถูกปล้นก็ถูกทุบ
ครอบครัวเขาหลินต้าซานทนถูกเล่นงานอีกไม่ไหวแล้ว!
"ข้า...ข้าเชื่อ! ฮือ..."
หลินเฟิงยิ้มกว้าง "เชื่อก็ดีแล้ว! ฮ่าๆ!"
"อารองมีบุหรี่ติดตัวไหม! ขอซองนึง..."
"ฮือ..."
"เฮ้อ ไม่มีก็ไม่เห็นเป็นไร อย่าร้องไห้สิอารอง ท่านชายชาตรีสูงเมตรแปด ร้องไห้อย่างกับอะไรแน่ะ มา ยิ้มหน่อย"
"ฮือ..."
"อารอง ข้าอยากเป็นคนดีจริงๆ นะ! ทำไมท่านไม่เชื่อกันเล่า!"
"ฮือ... ฮือ..."
......
สองชั่วโมงกว่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางบทสนทนาฉันมิตรของหลากับอา
หมู่บ้านซู หัวหมู่บ้านทิศตะวันออก บ้านซูต้าเฉียง
เรือนโทรมสามหลังกับลานเล็กๆ กั้นด้วยรั้วไม้ไผ่
ชายชราสูบยามวนคนหนึ่งนั่งยองๆ อยู่บนพื้น หน้าเต็มไปด้วยความทุกข์กลัดกลุ้ม
สามีภรรยาวัยราวสามสิบปีคู่หนึ่งกับชายหนุ่มอีกคน กำลังโกรธเกรี้ยวห้อมล้อมชายชรา
"พ่อ! ไม่ใช่ข้าว่าพ่อหรอกนะ สองน้องหนีก็หนีเถอะ แต่ปล่อยให้นางควักเอาเงินไปได้ยังไง"
"นั่นมันเงินตั้งร้อยแปดสิบกว่าหยวนนะ เงินที่บ้านเราเก็บได้ครึ่งปี!"
"พ่อดูคนยังไง! เอาแต่กินเหล้าๆๆ! ทำไมไม่ตายๆ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด กำลังจะเข้าหน้าหนาวแล้ว ข้าวในบ้านก็เหลือไม่มาก"
"พวกเราทั้งบ้านจะเอาชีวิตกันยังไง!"
คนที่พูดคือซูชุนฮวา ลูกสาวคนโตของซูต้าเฉียง คำพูดแฝงด้วยความขุ่นเคืองและโกรธแค้น
"ใช่พ่อ หลานชายของพ่อชุดใหม่ปีนี้ยังไม่มีเลยนะ!"
"เดิมทีคิดว่าสองน้องกว่าจะได้แต่งสักที พวกเราจะใช้เงินสินสอด ให้หลานพ่อได้ฉลองปีใหม่ดีๆ!"
"นี่ไง! คนไม่พอ ยังพาเงินหนีไปอีก ไอ้ลูกทรพีสองน้องนั่น!"
"พ่อ หลานสองคนของพ่อที่บ้านร้องโหยหวนด้วยความหิว ยังไงข้าก็ไม่สน ข้าวในบ้านพ่อต้องแบ่งให้ข้าครึ่งนึง!"
สามีของซูชุนฮวารับสัญญาณจากเมีย เอ่ยเสียงแข็ง
ค่อนข้างอวดดีและไร้เหตุผล สายตาจ้องเขม็งไปที่ซูต้าเฉียงผู้เงียบงัน
ได้ยินจะแบ่งข้าวในบ้าน ซูตงเป่า ลูกชายคนเล็กของซูต้าเฉียงก็ไม่ยอมทันที เมี้ยนตาโตตะคอก
"บ้าบอ! พี่ใหญ่ พี่เขย ข้าวเป็นของบ้านเรา! พวกแกเอาอะไรมาแบ่ง?"
"แล้วก็ เงินที่พี่สองเอาไปก็ไม่ใช่ส่วนของพวกแก นั่นเก็บไว้แต่งเมียให้ข้า"
"พวกแกไปให้พ้น! ไป!"
พูดจบก็เริ่มผลักไสซูชุนฮวากับสามีนางฉินเจี้ยนเซ่อ
แต่ขณะนั้นเอง ผู้หญิงคนหนึ่งก็วิ่งพรวดเข้ามาจากข้างนอกด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เอ่ยปากว่า
"บ้านซูเอ๋ย แย่แล้ว หลินเฟิงมาถึงปากหมู่บ้านแล้ว!! หน้าตาดุดันนัก ต้องมาเอาความพวกแกแน่"
"ซูเซี่ยเหอของพวกแก...ตามเจอยัง!"
สิ้นเสียงป้านางนั้น ซูต้าเฉียงซึ่งนั่งยองสูบยาอยู่กับพื้นก็ตัวอ่อนระทวย ทรุดฮวบกับพื้นทันที
ฉินเจี้ยนเซ่อกับซูชุนฮวายืนตัวแข็งทื่อทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
น้ำเต้าไม่ตีแล้ว เผ่นผลุงออกไปข้างนอก
ซูต้าเฉียงและซูตงเป่ายิ่งสิ้นหวังสุดจะกล่าว "จบแล้ว! จบแล้ว!"
ชื่อกระฉ่อนของไอ้บ้าหลิน ดังสะท้านไปทั่วทุกหมู่บ้าน น่าสะพรึงยิ่งกว่าพญายมเสียอีก
นิสัยมักง่ายไร้แบบแผน บวกกับติดเหล้านิดหน่อย สามารถไล่พังข้าวของตั้งแต่หัวหมู่บ้านยันท้ายหมู่บ้านโดยไร้เหตุผล
ที่สำคัญคือหนึ่งคนสู้ร้อยคน ใครก็เอาอยู่ไม่อยู่
ครั้งก่อน หมู่บ้านพวกเขากำลังแบ่งข้าวในกิลด์ ถูกหลินเฟิงเห็นเข้า แบกสองกระสอบเดินจากไปเฉยๆ
ร้อยกว่าคนหมายจะขวาง หลินเฟิงคนละที เตะจนกลิ้งเป็นลูกขลุก ล้มกลิ้งกันอุตลุต กว่าครึ่งวันถึงลุกขึ้น
บังเอิญมีบ้านหนึ่งกำลังตุ๋นไก่ หมอนี่ถึงกับยกหม้อไปทั้งหม้อ
บ้านนั้นไม่ยอม หมอนี่ก็จุดกองฟืนเขาไปด้วย แทบจะไหม้บ้านเป็นจุณ
จะสู้ก็สู้ไม่ได้ แจ้งตำรวจจับ อย่างมากก็แค่เดือนเดียวก็ออก อีกอย่างไอ้เวรนี่ยังพยาบาทแรงกล้านัก ไม่มีที่ให้ไปฟ้องร้อง
เรื่องพรรค์นี้เกิดตามหมู่บ้านแถวนี้ถี่เหลือเกิน ชื่อร้ายของหลินเฟิงโอฬารน่าสะพรึง เหม็นคลุ้งที่สุดจะหยั่งถึง
ซูชุนฮวากับฉินเจี้ยนเซ่อผัวเมียวิ่งมาถึงประตูใหญ่ กำลังจะพุ่งตัวออกไป
ประตูบ้านซูถูกผลักเปิดผางอย่างแรง บานประตูสองบานหลุดจากกรอบทันที "ปัง! ปัง!" กระแทกเข้าที่ตัวผัวเมียพอดิบพอดี
"โอ๊ย!" "อ๊ากก!"
ฉินเจี้ยนเซ่อกับซูชุนฮวาถูกอัดอยู่ใต้บานประตูทันที
แล้วถ้อยคำเย้าแหย่ก็ดังขึ้น
"ซูต้าเฉียง ไอ้จอมเบี้ยวซู ว่าเมียข้าหนีไปแล้วรึ??!"
"ข้าจะมาดูหน่อยว่ามันเรื่องอะไรกัน!"