อวี้เย่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์เจือปน
“ฉันนึกว่าในรายการนี้ เราสองคนจะเป็นเพื่อนร่วมทีมกันได้ อย่างช่วงเลือกคู่กันแบบนี้ก็พอประนีประนอมกันได้บ้าง ช่วยกันรับมือแทนอีกฝ่ายสักหน่อย”
เพราะเขาไม่อยากเลือกใครสักคนไปเดตทั้งที่ฝืนใจตัวเองจริง ๆ
ดวงตาใสกระจ่างของเมิ่งฉีเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
“ถงถงน่ารักขนาดนั้น พี่ชื่อหวี่ก็อ่อนโยนใจกว้าง ส่วนเสิ่นอี้โรว...”
“สองคนนั้นก็ดีออก ทำไมต้องประนีประนอมด้วยล่ะ?”
ตอนเลือกคู่ เธอตัดอวี้เย่ออกจากตัวเลือกเป็นคนแรกด้วยซ้ำ
อวี้เย่ “???”
“งั้นนายก็คิดว่าจี้หวย เซี่ยหลินซู แล้วก็เจียงหยุนจี้ดีหมดเลยงั้นสิ?”
เขานึกว่าเธอคงเหมือนเขา ที่รู้สึกลำบากใจไม่น้อยหากต้องเลือกใครสักคนจากบรรดาคนเหล่านี้
เมิ่งฉียักไหล่ เป็นเชิงว่าไม่ได้คัดค้านคำพูดของเขา
อวี้เย่เผลอขึ้นเสียงโดยไม่รู้ตัว
“เดี๋ยวนะ เธอมาเข้ารายการนี้เพื่อหาคู่จริง ๆ เหรอ?”
เขานึกว่าเธอถูกบังคับให้มาออกรายการจับคู่นี้เสียอีก
“ชู่! เบาเสียงหน่อย!”
เมิ่งฉีรีบยกมือปิดปากเขา “ไม่เอาเงินหนึ่งพันแล้วหรือไง?”
“ก็แค่เลือกเพื่อนคู่เดินทาง ทำไมถึงโยงไปเรื่องหาคู่ได้ล่ะ หรือว่านายถ่ายละครเรื่องหนึ่งก็ต้องคบกับนักแสดงหญิงคนหนึ่งเลยหรือไง?”
เมิ่งฉีถามอย่างสงสัยจริงจัง
“ตกลงใครกันแน่ที่ไม่เคยออกรายการวาไรตี้ ทำไมนายดูมือใหม่กว่าฉันอีกล่ะ”
อวี้เย่ “...”
ผู้หญิงเจ้าชู้ชะมัด!
คำพูดแบบนี้ยังพูดออกมาได้
งั้นทุกอย่างที่เธอทำในรายการนี้ก็แค่แสดงสินะ?
จู่ ๆ เมิ่งฉีก็คว้ามือเขาไว้ “ชู่ เหมือนจะมีคนมา”
พอได้ยินเสียงจากด้านนอก เธอก็รีบปิดไฟในห้องทันที
อวี้เย่คิดในใจ: นี่ฉันเป็นโรคกลัวที่แคบหรือเปล่า? ทำไมหัวใจถึงจู่ ๆ เต้นแรงขึ้นมาสองครั้งนะ
