เช้าวันรุ่งขึ้น เมิ่งฉีสวมหมวกกับแว่นกันแดดมาถึงบริษัท
แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นลุคยอดฮิตของดาราที่กำลังตกอยู่ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์
“ปิดมิดชิดขนาดนี้ เฮ้อ เรื่องเมื่อวานจริง ๆ ก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก”
ซูเหออดสงสารไม่ได้ เด็กคนนี้คงร้องไห้อยู่ที่บ้านเกือบทั้งคืนจนตาบวมไปแล้วหรือเปล่านะ
“ว่าไงบ้างคะ พี่ซูซู”
เมิ่งฉีถอดแว่นกันแดดกับหมวกออก เผยให้เห็นใต้ตาคล้ำเป็นวงใหญ่กับก้อนบวมบนหน้าผาก
“ฉันรอพี่ทั้งคืน แต่พี่ก็ไม่ส่งข้อความมาให้ฉันเลย”
เพราะซูเหอห้ามไว้ เธอถึงไม่กล้าเข้าอินเทอร์เน็ตจนถึงตอนนี้
เดิมทียังกังวลว่าจะโดนดักเหมือนครั้งก่อนตอนลงจากตึกหรือเปล่า แต่กลับสงบเรียบร้อย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ก็เพราะเรื่องคลี่คลายแล้วไง”
ซูเหอหมุนคอมพิวเตอร์มาให้เธอดู
“หลังจากนั้นอวี้เย่ก็โพสต์เวยปั๋วอีกข้อความ”
@อวี้เย่: ได้ไปตะลุยเมืองหมอแบบเต็มร้อยกับเพื่อนคู่เดินทาง ถือเป็นความท้าทายใหม่ที่น่าสนใจ เจอกันวันที่ 19 ธันวาคม เวลา 18:00 น.~ @เมิ่งฉี
“พอเขาโพสต์แบบนี้ ข้อความของเธอก็เข้าใจได้ว่าเป็นการโปรโมตแบบหนึ่งเหมือนกัน ดีแล้วล่ะ คนจิ้นคู่จิ้นกันก็ชอบเดาจริงบ้างปลอมบ้าง เรื่องนี้ก็ปล่อยให้ผ่านไปเถอะ”
“อวี้เย่เป็นคนดีเหมือนกันนะ ช่วยเธอเลี่ยงสถานการณ์น่าอึดอัดให้ก่อนเลย ว่าแต่เธอกับอวี้เย่สนิทกัน ทำไมเมื่อก่อนไม่เคยได้ยินเธอพูดถึงเลยล่ะ”
เมื่อก่อนบริษัทของพวกเธอยังไม่เป็นระบบเท่าไร ขั้นตอนการเซ็นสัญญาศิลปินก็ยังไม่รัดกุม บางคนถึงกับเซ็นสัญญากันโดยไม่ได้ตรวจสอบประวัติให้ดี ผลคือทุ่มเงินปั้นไปไม่นานก็พังยับกันหลายคน
