“ว้าว สวยจัง”
หิมะสีขาว ต้นไม้สีขาว ท้องฟ้าสีคราม และแสงแดดสีทองที่ส่องลอดช่องว่างระหว่างต้นไม้ ช่วยเติมชีวิตชีวาให้ป่าอันเงียบสงบแห่งนี้
เมิ่งฉีมัวแต่มองวิวจนเท้าลื่น ยังดีที่เธอไหวตัวทัน ไม่อย่างนั้นคงล้มไปแล้ว
ส่วนอวี้เย่ที่ถูกเธอทำให้ตกใจกลับหัวโขกเข้ากับกรอบประตูรถเต็ม ๆ
【ฮ่า ๆ ๆ ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจจะหัวเราะจริง ๆ】
【ฮ่า ๆ ๆ พี่เริ่มเล่นมุกเจ็บตัวแล้วนะ】
“ฉันล่ะยอมเลย นายไม่รู้ความสูงของตัวเองหรือไง ถึงได้เอาหัวไปโขกประตูได้”
“ก็เพราะนายทำฉันตกใจไง”
ตอนนี้แฟน ๆ เริ่มชินแล้วที่เมิ่งฉีพูดกับอวี้เย่ด้วยน้ำเสียงเหมือนรำคาญ แต่ก็แฝงความเอ็นดูอยู่หน่อย ๆ
แต่พอเห็นอวี้เย่ถ่างขาให้ตัวเองเตี้ยลง เพื่อให้เธอมองหน้าผากเขาได้ถนัด ๆ ทุกคนก็ยังไม่ค่อยชินอยู่ดี
ถึงอย่างไร เมื่อก่อนเขาเป็นคนประเภทที่ต่อให้หกล้มก็ยังต้องแกล้งทำเป็นท่าเต้นกับพื้น ไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าตัวเองขายหน้า
【โอ๊ย พี่เย่ ทำไมถึงได้น่าเอ็นดูขนาดนี้】
【ใส่หมวกหนาขนาดนั้น โขกไปก็ไม่เจ็บหรอกพี่ ทำอะไรเนี่ย】
【อย่าไปสนใจ ถ้าถามก็บอกว่าเป็นความโรแมนติกของคู่รัก】
【เฮอะ ผู้ชาย】
“ไม่เป็นไร! เครื่องสำอางไม่เลอะเลยสักนิด”
เมิ่งฉีตบหน้าผากอวี้เย่เบา ๆ แล้วหันหลังเดินเข้าไปในป่าต้นเบิร์ช
【ฮ่า ๆ ๆ ๆ ดูสิ ตบของพี่เมิ่งหนักกว่าตอนที่เขาโขกหัวเมื่อกี้อีก】
【ขอสงสัยหน่อยว่าตบนี้มีเจตนาแก้แค้นปนอยู่ไหม】
