“โครม โครม โครม!”
เมิ่งฉีอ่านเอกสารจนง่วงหงาวหาวนอนอยู่แล้ว จู่ ๆ ก็มีคนมาเคาะกระจกหน้าต่างรถ
พอหันไปก็เห็นคนแต่งตัวมิดชิด แถมสวมชุดดำทั้งตัว กำลังแนบตัวกับหน้าต่างรถ ลับ ๆ ล่อ ๆ มองเข้ามาข้างใน เมิ่งฉีแทบตกใจจนวิญญาณหลุดจากร่าง
โชคดีที่วินาทีต่อมาเธอจำอวี้เย่ได้จากดวงตาคู่เดียวที่โผล่ออกมา
“เป็นบ้าอะไรของนาย อวี้เย่! ดึกดื่นป่านนี้ห่อตัวมิดชิดแล้วมาเคาะกระจกรถฉัน คิดจะทำให้ใครตกใจตายหรือไง!”
“ขอโทษที ฉันลืมไป” อวี้เย่ดึงหน้ากากลง
“แต่ดูดวงตาเปี่ยมปัญญาคู่นี้ของฉันสิ ยังไงก็ดูไม่เหมือนคนร้ายหรอกใช่ไหม”
เมิ่งฉีจ้องตาเขาอยู่สองวินาที
“ก็ใสซื่อดี รีบขึ้นรถ”
“ได้เลย”
อวี้เย่วิ่งตึงตังไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารแล้วขึ้นรถ พอเห็นถุงวางอยู่บนเบาะก็หยิบมาวางกอดไว้บนตัก
“โธ่ ลำบากครูเมิ่งจริง ๆ ถึงกับมารับผมด้วยตัวเองเลย”
“รู้ก็ดี” เมิ่งฉีสตาร์ตรถ
“ในถุงมีทาร์ตไข่”
เธอเพิ่งอบเสร็จก่อนออกจากบ้าน เลยใส่ถุงเอามาด้วยไม่กี่ชิ้น
“ผมได้กลิ่นตั้งนานแล้ว”
อวี้เย่เปิดกล่องในถุง หยิบทาร์ตไข่ออกมาชิ้นหนึ่ง กำลังจะยัดเข้าปากก็ได้ยินเมิ่งฉีพูดเสียงเย็นว่า
“อย่าทำเศษหล่นใส่รถฉันล่ะ”
อวี้เย่ที่อ้าปากกว้างอยู่รีบเปลี่ยนเป็นกัดทีละคำเล็ก ๆ พร้อมยกมืออีกข้างรองไว้ด้านล่าง
วันนี้ถ่ายทอดสดการแข่งร้องตั้งแต่เที่ยง แถมเมื่อกี้อยู่บนเครื่องบินก็ไม่ได้กินอะไร ตอนนี้เขาเลยหิวจริง ๆ
“อืม รสชาติดี แค่เย็นไปหน่อย”
